ไทยยูเนียน กรุ๊ป แบรนด์ไทย ธุรกิจทูน่าแปรรูปรายใหญ่ที่สุดของโลก

527
  • SMEs ไทย ก็มีโอกาสไปยืนในเวทีโลกได้ เพียงแค่ต้องเรียนรู้ในส่วนของผลิตภัณฑ์ว่าเหมาะสมที่จะนำเสนอที่ตลาดในภูมิภาคไหนรวมถึง ศึกษาความแตกต่างของตลาดแต่ละกลุ่ม และปรับกลยุทธ์ให้ตรงจุดมากที่สุด : คัมภีร์เงินล้าน
  • เน้นลงทุนเฉพาะธุรกิจที่เรามีความชำนาญเท่านั้น รวมไปถึงการหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และตลาดใหม่ๆ เพื่อเป็นการขยายธุรกิจ
  • กลยุทธ์หลักในการเติบโตของไทยยูเนียนคือการควบรวมกิจการในหลายๆ ภูมิภาค เช่น ตลาดที่ยุโรปเป็นแบรนด์ที่มีมาเนิ่นนานอยู่แล้ว การเข้าไปซื้อกิจการจะเป็นการดีมากกว่าการสร้างแบรนด์ใหม่
  • นำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ระดับลึก และเทคโนโลยีระดับสูง มาใช้เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต เนื่องจากปัจจุบันไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เลย ถ้ามีเทคโนโลยีที่ดี รวมไปถึงการนำเครื่องจักรกล และเทคโนโลยี มาใช้พัฒนาประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการผลิต เพื่อการแข่งขันในตลาดโลก โดยไทยยูเนียนให้ความสำคัญเป็ฯอย่างมาก และยังมีศูนย์นวัตกรรมเป็นของตัวเองอีกด้วย ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง และตอบโจทย์การใช้งานย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด : คัมภีร์เงินล้าน

ไทยยูเนียน กรุ๊ป เริ่มต้นจากการเป็น SMEs ผู้ผลิตปลาทูน่ากระป๋องรายเล็ก ที่มีกำลังการผลิตเพียงไม่กี่ตันต่อวัน แต่ก็ได้พัฒนาธุรกิจ และสินค้ามาเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย กำลังการผลิต 1,200 ตันต่อวัน เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก มีสำนักงานใหญ่ ตั้งเป็นหลักอยู่ที่ประเทศไทยของเรานี่เอง นอกจากนี้ก็ยังมีสำนักงานย่อยอยู่ทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยอย่างมาก โดยคุณธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ได้มาบอกเล่าเคล็ดลับการก้าวสู่ร้อยล้านให้ทางอายุน้อยร้อยล้าน และชาว SMEs ของไทยได้ฟังกัน

การพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่งของไทยยูเนียนกรุ๊ป มีหลักการง่ายๆ เพียงแค่มั่นใจว่าธุรกิจของเรามีความเข้มแข็งภายในประเทศมากพอ รวมถึงการขึ้นเป็นผู้นำในด้านใดด้านหนึ่งก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นต่อการแข่งขันกับคู่แข่งทั่วโลก อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือการสร้างความแตกต่างที่จะต้องโดดเด่น และเหนือกว่าคู่แข่ง นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้เรื่องของกฎระเบียบ การตลาด และผู้บริโภคของแต่ละประเทศ เพื่อนำมาบริหารจัดการธุรกิจให้ยั่งยืน

ไทยยูเนียนมียอดขายปัจจุบันถึง 135,000 ล้านบาท คุณธีรพงศ์ กล่าวว่าในอนาคตต้องการที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมั่นคง โดยจะมุ่งเน้นการลงทุนในธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าธุรกิจปัจจุบัน และสุดท้ายนี้ เน้นย้ำว่าการเติบมีความสำคัญน้อยกว่าคุณค่าที่เราสามารถสร้างจากการลงทุน เพราะว่า การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน : คัมภีร์เงินล้าน

คุณธีรพงศ์ ได้ทิ้งท้ายถึงโอกาสที่ SMEs ไทยจะไปเติบโตที่ตลาดต่างประเทศ โดยยืนยันว่ามี แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะฉะนั้นต้องพยายามที่จะหาโอกาสที่เหมาะสมกับเราให้ได้ เพียงแค่ต้องมั่นใจ และมีการศึกษาตลาดแต่ละกลุ่มให้รอบคอบ ก็เชื่อว่าทุกคนสามารถไปได้ พร้อมเชื่อมั่นว่าประเทศไทย และคนไทยเรามีศักยภาพมากพอที่จะออกไปสู่ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังให้กำลังใจ SMEs ทุกคนอีกว่า เชื่อว่าทุกคนก็เริ่มต้นจาก SMEs ทั้งนั้น ขอให้พยายามขนขวาย พยายามตั้งใจ สู้ไม่ท้อถอย ก็เชื่อว่าจะมีโอกาสสำหรับทุกคนแน่นอน