10 ความจริงง่าย ๆ ที่จะทำให้ชีวิตเข้าใกล้ความสุขและความสำเร็จมากขึ้น

29

หลายคนชอบถามกันว่า ชีวิตที่มีความสุขจะเกิดขึ้นได้ยังไง? อะไรคือคำตอบของคำว่า “ความสำเร็จ” การยอมรับความจริงให้ได้ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี นับเป็นหนึ่งในคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่หลายคนมักของข้าม บางคนถึงขั้นเลือกที่จะไม่ยอมรับความจริง แต่เลือกอยู่กับคำโกหกต่าง ๆ นานา จนสุดท้ายเป็นตัวเองนี่แหละที่ทุกข์ใจที่สุด

วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันว่า ทำอย่างไรให้ชีวิตเข้าใกล้ทั้งความสุขและความสำเร็จมากขึ้น ด้วยความจริงง่าย ๆ 10 ข้อต่อไปนี้

  1. หากคุณไม่สามารถมีความสุขในตอนนี้ได้ ก็อย่าหวังว่าชีวิตในอนาคตจะมีความสุข

ถ้าคุณมัวแต่เป็นทุกข์อยู่กับ “ความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต” ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน คุณจะติดอยู่กับมันและไม่สามารถมีความสุขได้อย่างแท้จริง เพราะคุณจะมัวแต่มองหาความสุขจากสิ่งของภายนอก รู้ตัวอีกทีมันกลายเป็นวงจรที่คุณทำซ้ำไปซ้ำมา ดังนั้น หากคุณอยากมีความสุข คุณต้องเรียนรู้จากความสุขตรงหน้า แม้จะเพียงเล็กน้อย ก็ยังดีกว่าการติดอยู่กับความคาดหวังที่จะได้ครอบครองความสุข ไม่ว่าจะด้วยความสำเร็จ ความบันเทิง หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ

“ความสุขก็เหมือนผีเสื้อ ยิ่งวิ่งไล่ มันก็ยิ่งหลบ และบินหนีคุณออกไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าคุณลองหยุดนิ่ง ผีเสื้อเหล่านั้น จะค่อย ๆ โบยบินมาเกาะบนไหล่และอยู่รอบตัวคุณ” – Henry David Thoreau –

  1. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงจำไว้ว่า “คุณดีพอเสมอ”

บางครั้งที่เกิดปัญหา หลายคนมักโทษตัวเองว่าอาจ “ดีไม่พอ” จนกลายเป็นว่าต้องใช้ชีวิตเพื่อแสวงหาการยอมรับและพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง ต้องเหน็ดเหนื่อยจากการไล่ตามความสมบูรณ์แบบ เพื่อแลกมาด้วยชีวิตที่เปลี่ยนไป

จำไว้ว่า ไม่มีความสำเร็จใดที่จะทำให้คุณรู้สึก “ดีพอ” ได้ หากคุณไม่เชื่อในตัวเอง เราทุกคนล้วนมีคุณค่าในแบบของตัวเองตั้งแต่เกิด แม้วันนี้ยังมีหลายสิ่งที่คุณยังคิดว่าไม่มี แต่อย่าลืมว่าคุณสร้างมันขึ้นมาได้ คุณเรียนรู้ พัฒนาทักษะต่าง ๆ ของตัวเองได้ เมื่อเป็นอย่างนั้น คุณค่าและความมั่นใจของคุณ จะยิ่งทะยานขึ้นเอง

  1. คุณมักถูกบงการหรือควบคุมจากอะไรบางอย่าง คุณอาจจะเกลียดข้อนี้ แต่ต้องยอมรับว่า มันคือเรื่องจริง!

เมื่อไรที่คุณต้องทำหรือเป็นในสิ่งที่ครอบครัว สังคม หรือวัฒนธรรมอยากได้และต้องการให้คุณเป็น เมื่อนั้นคุณมักลงเอยด้วยความรู้สึกไม่สมหวัง และไม่มีความสุขเสมอ

ถ้าคุณอยากเข้าใกล้ความสุขและความสำเร็จของตัวเองจริง ๆ สิ่งที่คุณควรทำคือ ค้นหาคำตอบให้ได้ว่า แท้จริงแล้ว อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ คุณหลงใหลอะไร เมื่อพบเป้าหมายแล้ว ชีวิตของคุณจะเติบโตขึ้น เพราะมันจะทำให้คุณมีพลังในการพัฒนาชีวิต รวมถึงมีแรงจูงใจในการเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ จนนำไปสู่หนทางแห่งความสุขและความสำเร็จที่คุณต้องการได้

  1. ชีวิตคุณ คุณคือผู้กำหนด

คุณจะไม่มีวันพอใจในชีวิตของตัวเอง หากคุณไม่สามารถเป็นเจ้าของชีวิตหรือควบคุมสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองได้อย่างเต็มที่ ยิ่งคุณบ่นหรือตัดพ้อเกี่ยวกับอุปสรรค ปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามามากเท่าไร มันไม่ได้ช่วยให้คุณสบายใจจริง ๆ หรอก กลับกันมันจะยิ่งมีอิทธิพลกับคุณ และคุณก็จะกลายเป็นเหยื่อให้มันอย่างสมบูรณ์แบบ

ไม่มีใครสามารถหยุดคุณไม่ให้เรียนรู้สิ่งที่ต้องการได้ และหากคุณไม่ชอบชีวิตของตัวเองในตอนนี้ ก็ไม่มีใครช่วยคุณได้ “นอกจากตัวคุณเอง” จงใช้สิ่งที่มี เป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อเดินไปหาเป้าหมายที่ต้องการ “ยิ่งคุณรู้จักตัวเองเร็วเท่าไร คุณก็จะเป็นอิสระเร็วขึ้นเท่านั้น”

  1. ปล่อยวางสิ่งที่กำลังกวนใจคุณอยู่

เมื่อคุณโตขึ้น คุณจำเป็นต้องเผชิญกับ “สิ่งกีดขวาง” ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น คำวิจารณ์ ต่อว่า ด่าทอ การเลือกปฏิบัติ จากผู้ไม่หวังดี ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นเสียงที่มาจากคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในความขี้กลัว พวกเขาหลายคนดำเนินชีวิตโดยไร้เป้าหมาย และมักถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังจากคนอื่นรอบ ๆ ตัว จนกลายเป็นว่า ไม่สามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ พวกเขาส่งต่อความเกลียดชังสิ่งเหล่านี้มาสู่คุณ โน้มน้าวให้คุณรู้สึกว่า ชีวิตนี้มันช่างลำบากเหลือเกิน หากจะอยู่รอดให้ได้ก็ต้อง “เรียนรู้ที่จะปรับตัว”

ทำไมเราต้องฟังเสียงของคนที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้เรา? จงปล่อยวาง แล้วทำทุกอย่างที่อยากทำให้เต็มที่ ไม่ว่ามีอะไรขวางทาง พุ่งชนไปเลย หากเขาไม่ได้ติเพื่อก่อ ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ!

“ผมไม่รับคำวิจารณ์ จากคนที่ไม่เคยสร้างอะไรเลย” – Eric Thomas –

  1. หลายคนแกล้งทำเป็นมีความสุขและประสบความสำเร็จ

ผู้คนมักพูดกับตัวเองเกินจริงถึงความสุขและความสำเร็จโดยเฉพาะบนโลกโซเชียล เพียงเพราะต้องการให้ทุกคนรับรู้ว่า “ฉันกำลังมีความสุขที่สุด” แม้จะกำลังหลอกตัวเองอยู่ก็ตาม ขณะเดียวกัน บางคนเจอเรื่องทุกข์ใจ ก็มานั่งตัดพ้อว่าตัวเองคือคนที่โชคร้ายที่สุด อย่าลืมว่าตอนนี้เรากำลังใช้ชีวิตอยู่จริง ๆ ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นรู้สึก ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้สึก คุณสามารถปลดปล่อยความรู้สึกตัวเองออกมาได้ แล้วยอมรับมันซะ

ที่สำคัญคือหยุดเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะมันจะทำให้คุณยิ่งรู้สึกไม่ดี และพยายามหลอกตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ เพียงเพราะอยากเหนือกว่าคนอื่น จำไว้ว่าชีวิตไม่ใช่การแข่งขันกับใคร มันเป็นชีวิตของคุณเอง จงลำดับความสำคัญเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตให้ได้ และมุ่งมั่นไปที่เป้าหมายที่ต้องการ

  1. ไม่ใช่ทุกเรื่องจะสำคัญไปซะหมด “อย่าเก็บเอามาใส่ใจ หากมันเป็นแค่เรื่องไร้สาระ”

ทุกวันนี้ชีวิตเราเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะ “เรื่องไร้สาระ” ที่เกือบทั้งหมดแทบไม่มีความสำคัญต่อชีวิต ต่อความสุข หรือเป้าหมายของเรา แต่มันกลับยิ่งทำให้เราเสียเวลา เสียพลังงาน ไปกับการกังวล เครียด หรือโกรธ

หากต้องการหลุดพ้นจากเรื่องไร้สาระพวกนี้ให้ได้ คุณต้องเรียนรู้ที่จะ “เพิกเฉย” ต่อสิ่งที่ไม่ได้สำคัญให้ต้องใส่ใจขนาดนั้น แล้วเชื่อเถอะหากคุณทำได้ คุณจะรู้สึกมีพลังและใช้พลังงานเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  1. ความรู้เกิดจาก “การลงมือทำ” ไม่ใช่แค่ “เรียน” เพียงอย่างเดียว

การพัฒนาตัวเองเป็นสิ่งยอดเยี่ยมที่ทุกคนควรหมั่นทำเสมอ แน่นอนว่า “หนังสือ” ให้แนวทางกับคุณ แต่คุณก็ต้องเดินไปตามทางของคุณเองด้วย เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริง คือ การได้ลงมือทำด้วยตัวเอง อย่าคิดแค่จะแสวงหาความสมบูรณ์แบบ หัดหยุดรอ แล้วลองลงมือทำ ไปพร้อม ๆ กับเรียนรู้ข้อผิดพลาด และแก้ไขเส้นทางนั้นให้ถูกต้องมากขึ้น

การยอมรับความล้มเหลวและรู้สึกสบายใจที่จะทำผิดพลาด จะยิ่งทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น รวมถึงประสบการณ์ต่าง ๆ จะสอนคุณได้มากกว่าการเรียนรู้แค่เพียงในหนังสือเท่านั้น

“ในชีวิตของคุณเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง คุณต้องหยุดอ่านหนังสือของคนอื่น แล้วเริ่มเขียนหนังสือของตัวเอง” – Albert Einstein –

  1. สิ่งที่คุณต้องการในชีวิต คุณต้องเป็นคนสร้างมันด้วยตัวเอง

ชีวิตคนเรามักมีสิ่งที่เราต้องการอยู่นับไม่ถ้วน วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้รับสิ่งที่ต้องการคือ “การสร้างมันจากภายในก่อน” เช่น หากต้องการชีวิตที่มีความสุข ให้มองหาสิ่งที่จะทำให้มีความสุขต้องการงานที่ยอดเยี่ยม ก็จงทำตัวเองให้เป็นพนักงานที่ดี รับรองว่าคุณจะได้เป็นคนที่คุณอยากเป็น และได้ในสิ่งที่ต้องการแน่นอน

  1. คุณไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้

หลายคนมักพูดว่า “มันไม่มีคำว่าสายเกินไป” พวกเขาไม่ผิดที่คิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้ถูกไปซะหมด แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรสายเกินไป ขณะเดียวกันมันก็เป็นไปได้ว่าคุณอาจต้องใช้เวลามากขึ้น หรือถึงขั้น “นานเกินไป” เพราะเมื่อมีประสบการณ์ความผิดพลาดหรืออะไรก็ตาม จะทำให้คน ๆ นั้น ขาดความเร่งรีบ แทนที่จะเอาจริงเอาจังและลงมือทำเลย แต่กลับเกิดความลังเล ล่าช้า

เพราะเวลามันไม่เคยย้อนกลับ มีแต่จะเดินหน้าไปเรื่อย ๆ จำไว้ว่า คนเรามี “เวลาชีวิตที่จำกัด” ยิ่งคุณใช้เวลาในการเริ่มต้นนานมากเท่าไร ก็ยิ่งส่งผลให้การเดินไปสู่เป้าหมายของคุณนั้นนานขึ้น ดังนั้น แล้วจะมัวรออยู่ทำไมกันล่ะ? จงใช้ชีวิตให้เต็มที่ สนุกกับมันให้สุด ๆ จะได้ไม่ต้องเสียดายทีหลัง อย่างที่เขาว่ากันว่า รู้อะไรไม่เท่า “รู้งี้”