6 วิธีเอาชนะความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวัง

523

เคยไหม? กลัวตัวเองจะทำให้คนอื่นผิดหวัง จนกลายเป็นคนกล้าปฏิเสธใคร!
การใส่ใจและนึกถึงความรู้สึกของคนอื่นเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อไรที่มีมากเกินไป จนกลายเป็นว่าคุณเกรงใจ และไม่กล้าปฏิเสธเนื่องจากกลัวจะทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดีและผิดหวังในตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็น การพูดในที่สาธารณะ พรีเซนต์งาน หรือแม้แต่ได้รับมอบหมายงานจากหัวหน้า ซึ่งหมายความว่า เมื่อคุณเผชิญหน้ากับมันซ้ำ ๆ สิ่งนี้จะยิ่งทำให้คุณเครียด วิตกกังวล เหนื่อยหน่าย และหนักใจ แล้วจะเอาชนะความกลัวนี้ได้อย่างไร? 6 วิธีต่อไปนี้ คือ วิธีที่จะช่วยให้คุณเอาชนะความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวังได้ ใครที่กำลังตกอยู่ในภาวะนี้ ลองอ่านดู

1. ประเมินต้นทุนที่ต้องเสียไปจากการที่คุณกลัวทำให้คนอื่นผิดหวังของคุณ

วิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มแรงจูงใจในการเผชิญกับความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวัง คือ การเตือนตัวเองถึงต้นทุน ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด เวลา หรือพลังงาน รวมถึงคำนึงถึงผลที่ตามมาของการไม่ปฏิเสธ ว่าคุณรับได้มากแค่ไหน

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีปัญหาในการจบความสัมพันธ์กับคนรัก ไม่กล้าตัดสินใจ เนื่องจากกลัวทำให้คนรักผิดหวัง คุณอาจลองประเมินต้นทุนที่จะเกิดขึ้นหากคุณยังคงความสัมพันธ์ไว้ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณรู้ถึงสิ่งที่ต้องเลิกทำที่คุณยังไม่ได้ทำ เช่น หากยังอยู่ในความสัมพันธ์นี้จะมีผลต่ออารมณ์ ความเครียด วิตกกังวล หรือสุขภาพจิตของคุณอย่างไร ต้องใช้เวลาและพลังงานไปขนาดไหนเพื่อรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ หรือคุณยอมรับได้หรือไม่หากพลาดโอกาสบางอย่างไปหากยังคบกับคนรัก

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คุณจะยอมรับค่าเสียโอกาสทางอารมณ์สำหรับความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวังนั้นได้มากน้อยแค่ไหน การประเมินกับต้นทุนที่ต้องเสียไป หรือค่าเสียโอกาสนั้น สามารถเพิ่มแรงจูงใจของคุณในการเปลี่ยนแปลง ทำสิ่งที่แตกต่างออกไปได้ และทำให้คุณสามารถเอาชนะความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวังได้ เพราะคุณจะมั่นใจมากขึ้นว่า สิ่งที่คุณทำนั้น คือสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

2. คุณคือคนที่สำคัญที่สุด จำไว้ว่า “คุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกของคนอื่น”

เพราะคุณไม่สามารถรับผิดชอบตอสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้ การที่คนอื่นรู้สึกผิดหวังในตัวคุณ อาจเป็นเรื่องไม่ดีก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรม หรือเป็นความผิดของคุณ ทั้งยังเป็นเรื่องที่เหนือการควบคุมของคุณด้วย ดังนั้น การที่คุณรู้สึกอย่างไรนั้น ก็เป็นผลมาจากวิธีที่คุณคิดกับตัวเอง ซึ่งหมายความว่า อารมณ์และความรู้สึกของคนอื่น เป็นความรับผิดชอบของพวกเขา ไม่ใช่ของคุณ

คุณมีหน้าที่แค่รับผิดชอบในการกระทำของคุณ เพราะพฤติกรรมของคุณเป็นสิ่งเดียวที่คุณควบคุมได้ แต่วีธีที่คนอื่นตีความและรู้สึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของคุณไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องสนใจ หรือต้องตัดสินว่าถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี

3. ตีกรอบความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวังของคุณว่า “แม้มันจะทำให้อึดอัด แต่มันก็ไม่ถึงกับอันตราย”

จำไว้ว่า อารมณ์ต่าง ๆ เช่น ความกลัว หรือความวิตกกังวล ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้คุณไม่สบายใจ แถมยังเจ็บปวดด้วยซ้ำ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ถึงกับเป็นอันตราย
“ไม่ว่าคุณจะรู้สึกกลัวแค่ไหน ความกลัวก็ไม่สามารถทำร้ายคุณได้”
“ไม่ว่าคุณจะรู้สึกประหม่าแค่ไหน ความประหม่าก็ไม่สามารถทำร้ายคุณได้”
“หรือแม้แต่ความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นรูปแบบความวิตกกังวลที่รุนแรงที่สุด ก็ไม่เป็นอันตรายกับคุณ”


เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราเผชิญหน้ากับความกลัวได้ยาก ก็เพราะเรามีความอดทนต่อความกลัวน้อยเกินไป เนื่องจากมักเข้าใจผิดว่า ความกลัวและความวิตกกังวลนั้นจะทำให้รู้สึกแย่ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงมัน

ในขณะเดียวกันหากคุณอยากเอาชนะความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวังให้ได้ คุณก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน ซึ่งหมายความว่า คุณต้องรู้สึกกลัวด้วยความเต็มใจและอดทนต่อความรู้สึกนี้ไปสักพัก เมื่อผ่านช่วงนี้ไปได้ คุณจะค้นพบว่า ความกลัวไม่มีผลกับคุณอีกต่อไป

ดังนั้น จำไว้ว่า แค่เพราะความรู้สึกไม่ดี ไม่ได้หมายความว่ามันแย่ การนิยามความกลัวของคุณใหม่ ว่า “ต่อให้มันจะทำให้คุณอึดอัด แต่ก็ไม่ถึงกับอันตราย” จะทำให้คุณสามารถอดทนต่อมันได้มากกว่าพยายามหลีกเลี่ยง เพราะการหลีกเลี่ยงมีแต่จะทำให้คุณไม่สามารถชนะความกลัวนี้ได้

4. ใช้การเอาใจใส่แบบย้อนกลับเพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเองในเบื้องต้น

สิ่งหนึ่งที่มักเกิดขึ้นเกี่ยวกับการกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวัง คือ คุณอาจมีมาตรฐานสองมาตรฐานเมื่อพูดถึงตัวเองเมื่อเทียบกับคนอื่น

ตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนที่ดีมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ แต่พวกเขากลัวว่าบอกแล้วจะทำให้คุณผิดหวัง คุณก็คงอยากให้พวกเขาบอกคุณใช่ไหม? และเป็นไปได้มากว่า ความรู้สึกผิดหวังของคุณอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า ที่พวกเขาจินตนาการไว้ ดังนั้น จะเห็นว่า มาตรฐานของคุณสำหรับคนอื่นแตกต่างจากที่คุณมีสำหรับตัวเอง

ถ้าคุณต้องการเอาชนะความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวัง หนึ่งในวิธีที่ช่วยได้ คือ คุณแค่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับที่คุณใช้กับคนอื่นกับตัวเองด้วย ซึ่งวิธีในการทำเช่นนี้ได้ ก็คือ “ใช้ความเห็นอกเห็นใจแบบย้อนกลับ”

ความเห็นอกเห็นใจแบบย้อนกลับ หมายถึง การเอาตัวเองเป็นที่ตั้งว่าเมื่อคุณเจอกับสิ่งที่คล้ายกับสิ่งที่คุณกลัวว่าคนอื่นจะเจอ คุณจะเป็นอย่างไร ตัวอย่างเช่น หากคุณกลัวที่จะวิจารณ์หรือติชมเพื่อนที่ดี ๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้พวกเขาผิดหวัง ลองนึกย้อนไปถึงเวลาที่เพื่อนคนนั้นกล้าที่จะซื่อสัตย์กับคุณ และบอกคุณตรง ๆ นั้น พวกเขาทำให้คุณผิดหวังหรือไม่ หรือพวกเขาทำให้คุณรู้สึกดีและมั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม ว่าอย่างน้อยก็มีคนที่จริงใจกล้าบอกให้คุณพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

5. ยังไม่ต้องทำเต็ม 100% ให้ค่อย ๆ เริ่มด้วยวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ สัก 30% แล้วค่อยหาทางเพิ่มขึ้น

หากคุณต้องวิ่งมาราธอน คุณคงไม่เพียงแค่ผูกเชือกรองเท้าแล้วออกไปวิ่ง 40 กม. เลยในทันที แต่คงต้องผ่านการค่อย ๆ ฝึกมาก่อน ในทำนองเดียวกัน หากคุณกลัวว่าทำบางสิ่งแล้วจะทำให้คนอื่นผิดหวัง แทนที่จะทำเรื่องยากในทันที ทำไมไม่ลองพยายามทำให้สำเร็จโดยฝึกทักษะความอดทนต่อความกลัว และเต็มใจทำในสิ่งที่ถูกต้องแม้ว่าคนอื่นอาจจะผิดหวังก็ตาม

เพราะการที่คุณฝึกฝนการอดทนต่อความกลัวที่จะทำให้คนอื่นผิดหวังด้วยวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่อย ๆ เริ่มจาก 30% แล้วค่อยหาทางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นเมื่อต้องตัดสินใจยอมรับความกลัวครั้งใหญ่ และทำให้คุณกล้าที่จะเอาชนะความกลัวนี้อย่างเต็ม 100%

6. ระวังความรู้สึกผิดปลอม ๆ ที่คุณเข้าใจผิดไปเอง

ความรู้สึกผิด คือ การที่คุณตีความอารมณ์ที่เข้าใจยากอย่าง ความเศร้า หรือความสงสารอย่างผิด ๆ ว่ามันคือความรู้สึกผิด ตัวอย่างเช่น เพื่อนของคุณให้โอกาสคุณในการลงทุนใหม่ของบริษัทของพวกเขา แต่คุณไม่สามารถทำตามนั้นได้ แม้คุณจะคิดว่ามันอาจเป็นการลงทุนที่ให้ผลกำไรสูง แต่เนื่องจากคุณวางแผนไว้ก่อนแล้วว่าจะนำเงินทั้งหมดเก็บเอาไว้สำหรับเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลาน จึงทำให้คุณลำบากใจที่จะปฏิเสธเพื่อนของคุณ เพราะรู้สึกผิดเกินกว่าจะปฏิเสธกิจการใหม่ที่เพื่อนทุ่มเทอย่างหนัก

ในทางเทคนิคแล้ว สิ่งที่รู้สึกนั้นไม่ใช่ความรู้สึกผิด ความรู้สึกผิดที่แท้จริง ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เช่น เป็นการทำผิดศีลธรรมโดยเจตนา ซึ่งสำหรับตัวอย่างข้างบน แม้ว่าเพื่อนจะรู้สึกเศร้าหรือผิดหวังที่คุณไม่สามารถลงทุนในบริษัทของพวกเขาได้ แต่นั่นเป็นเพียงความรู้สึกของพวกเขา ซึ่งมันไม่ใช่ความผิดของคุณ คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำลายธุรกิจของพวกเขา เพียงแต่คุณแค่มีเป้าหมายของตัวเองแล้ว ดังนั้น อย่าให้ความเศร้า ความผิดหวังของคนอื่นมาทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง คุณคือคนที่สำคัญที่สุด อย่ากลัวที่จะทำให้ใครผิดหวัง ถ้ามันคือทางที่ถูกต้องสำหรับตัวเองแล้ว

ที่มา :