7 ความจริงโคตรยากของการเป็นผู้นำ

129

เพราะการเป็นผู้นำไม่ใช่ใครจะเป็นได้ง่าย ๆ ถ้าเลือกที่จะเป็นแล้ว คุณก็ต้องยอมรับกับความจริงบางข้อที่บางครั้งมันก็ยากที่จะยอมรับ ต่อไปนี้คือ 7 ความจริงที๋โคตรยากของการเป็นผู้นำ ยอมรับให้ได้ และเรียนรู้จากมัน!

1. คุณอาจไม่ได้เลวร้ายเท่าที่คนอื่นบอก แต่คุณก็ไม่ได้ดีเท่าที่ตัวเองคิด

หากปล่อยให้คำวิจารณ์มาทำลายความมั่นใจของคุณ คุณจะไม่มีวันพัฒนาได้ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ คุณก็ต้องเก่งที่จะปล่อยวางและปล่อยให้คำวิจารณ์ดำเนินไปแบบเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ในทำนองเดียวกัน หากคุณปล่อยให้คำชมมีอิทธิพลกับคุณมากเกินไป คุณก็จะตกเป็นทาสของมัน


ดังนั้น ไม่ว่าจะคำชมหรือคำวิจารณ์ การที่มัวแสวงหาการยอมรับจากภายนอกจะทำให้คุณดูอ่อนแอ แล้วทชที่สำคัญมันยังทำลายความสามารถในการเติบโตและพัฒนาของคุณด้วย จำไว้ว่า แม้คุณจะดูแย่ในสายตาใคร ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเลวร้ายขนาดนั้น หรือไม่ว่าใครจะชื่นชมคุณ หรือแม้แต่คุณชื่นชมตัวเอง ความจริงแล้ว คุณก็อาจไม่ได้ดีเท่าคำชมเหล่านั้นก็ได้

2. อย่ากลัวคำติชม เพราะมันคือวิธีเดียวที่จะทำให้คุณดีขึ้น

คุณต้องยอมรับว่าแม้คุณจะเป็นผู้นำ แต่คุณเองก็มีมุมที่ไม่ดี ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนก็เป็นเช่นเดียวกัน หากคุณอยากเป็นคนที่ดีขึ้น อยากพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้นำ เจ้านายที่ดีขึ้นของลูกน้อง คุณต้องเปิดใจให้กว้าง และยอมรับคำติชมจากทุกคน แม้บางครั้งคุณอาจไม่เห็นด้วยกับมุมมองของบางคน แต่อย่าแสดงปฏิกิริยาที่ไม่ดี ถ้าคุณอยากให้พวกเขารู้สึกสบายใจที่จะติชม หรือแสดงความคิดเห็นถึงคุณ เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณได้รับข้อมูลเชิงลึก คำติชมที่จริงใจ สิ่งเหล่านั้นจะช่วยเปลี่ยนชีวิตคุณได้

3.คุณจะเป็นผู้นำที่ไร้คุณค่า หากขาดความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และการให้เกียรติ

ผู้คนต้องเคารพคุณ พวกเขาจำเป็นต้องรู้ว่าพวกเขาสามารถไว้ใจผู้นำอย่างคุณได้ และพวกเขาต้องรู้สึกว่าคุณเป็นคนดีเหมาะสมกับการเป็นผู้นำ ดังนั้น คุณค่าในตัวคุณ จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากกับการเป็นผู้นำ เพราะมันแสดงถึงความเชื่อ คุณธรรม อุดมการณ์ วิสัยทัศน์ ความรับผิดชอบ การตัดสินใจ และพฤติกรรม หากยึดมั่นในคุณค่าของทั้งตัวเองและองค์กร คุณจะสามารถเป็นผู้นำด้วยความชัดเจนมากขึ้น

4. โทษตัวเอง และไม่โทษใคร

องค์ประกอบพื้นฐานของความเป็นผู้นำที่ดี คือ พนักงานของคุณรู้สึกปลอดภัย ได้รับการให้เกียรติ และความไว้วางใจจากคุณ ซึ่งการตำหนิมักบั่นทอนสิ่งเหล่านี้ มและทำให้เกิดสถานที่ทำงานที่เป็นพิษ รวมถึงทำลายความสัมพันธ์ในที่ทำงาน โดยเฉพาะกับการที่คุณไม่รู้ว่าคุณตำหนิหรือโทษคนอื่นไปบ่อยแค่ไหน การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่คนเป็นผู้นำ หากคุณอยากให้บรรยากาศในที่ทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงเป็นผู้นำที่ดีในสายตาพนักงาน การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่คุณ


ดังนั้น ความจริงที่อาจจะยากสำหรับคนเป็นผู้นำหนึ่งข้อคือ หากเกิดข้อผิดพลาดหรือเรื่องเลวร้ายขึ้น ให้เลี่ยงที่จะตำหนิเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ให้ถามแทนว่า ระบบงานทำให้เราล้มเหลวได้อย่างไร หรือ กระบวนการพังเพราะอะไร

5. ต่อให้คุณจะเป็นผู้นำ ที่มีวิสัยทัศน์ และความเป็นผู้นำก็จริง แต่สิ่งที่ต้องมีมากกว่านั้นคือ ความสัมพันธ์กับทีมของคุณ

ความเป็นผู้นำคือการใส่ใจบางสิ่งนอกเหนือจากตัวคุณ รวมถึงการนำคนอื่นไปสู่จุดที่ดีกว่า ความเป็นผู้นำมักมาพร้อม “อำนาจ” ก็จริง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ขับเคลื่อนผู้นำที่แท้จริงเช่นกัน เพราะถึงแม้คุณจะเป็นเจ้านาย แต่ความภักดีจากทีม ไม่ใช่สิ่งที่วัดได้จากตำแหน่ง


หากคุณอยากสร้างความภักดีที่ทีมมีต่อคุณ คุณก็ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา เข้าใจ และให้เกียรติพวกเขา ไม่แบ่งชนชั้น ใครเป็นนาย ใครเป็นลูกน้อง แต่คือคนที่ทำงานร่วมกัน เพราะความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งมักสร้างขึ้นจากความไว้วางใจและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน

“ความเป็นผู้นำ ไม่เกี่ยวกับตำแหน่ง หรือชั่วโมงการทำงาน มันเกี่ยวกับความสัมพันธ์” – Jim Kouzes

6. คุณไม่ได้เก่งเต็ม 100 ทุกอย่าง และคุณยังต้องเรียนรู้ต่อไป

ประสิทธิภาพของคุณคือ ผลรวมของสิ่งที่คุณเคยทำมาก่อน อาจมีขึ้นและลงในบางช่วงเวลา ไม่มีอะไรคงที่ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ในการเป็นผู้นำก็เช่นกัน คุณอาจคิดว่าคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทีมของคุณในตอนนี้ แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่ามันจะดีตลอดไป วันนี้คุณอาจทำได้ไม่ดี หรือทีมของคุณอาจทำได้ไม่ดีก็ได้ วิธีรับมือกับสิ่งนี้คือ การยอมรับว่า การเป็นผู้นำ คือ การเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด คุณต้องเรียนรู้ต่อไป ฟังต่อไป และเปิดใจให้กว้างเสมอ

7. การกระทำสำคัญกว่าคำพูด

อย่าลืมว่าคุณมีหน้าที่รับผิดชอบต่อองค์กรและทีม คุณในฐานะผู้นำทีม คุณจำเป็นต้องลงมือทำด้วยตัวเองก่อนเพื่อเป็นการกำหนดมาตรฐานขององค์กรที่ต้องการ รวมถึงคำแนะนำที่คุณให้คนอื่นได้ ซึ่งรู้หรือไม่? ว่าบางอย่างที่ถึงแม้คุณจะไม่ได้พูด แต่เป็นการแสดงออกให้เห็นภาพนั้นมีอิทธิพลต่อทีมของคุณเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อไรที่คุณถูกตั้งคำถาม ไม่เห็นด้วย การกระทำที่คุณเคยทำมาจะทำให้ทีมพร้อมจะรับฟัง


ต่อให้คุณมีความอ่อนน้อมถ่อมตน และพูดถึงความผิดพลาดของตัวเองอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาเสมอ แต่หากแค่พูดแต่ไม่เคยแสดงออกมาให้เห็น คุณก็อาจจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากทีมของคุณ จงใช้การกระทำเป็นตัวแสดงออกของคุณ และจงให้คำพูดของคุณสอนตัวเองและคนอื่น ไม่ใช่ใช้มันเพื่อไปตำหนิใคร


ที่มา :