8 ความอดทน ที่คนที่เป็น “ผู้นำองค์กร” ควรมี

89

การเป็นผู้นำไม่ใช่ว่าใครจะเป็นก็ได้ แต่ต้องใช้ทั้งทักษะ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และปัจจัยอื่นๆ ในการนำพาองค์กรเติบโตและไปสู่จุดที่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ความอดทนก็ถือเป็นอีกหนึ่ง “ผู้นำองค์กร” ควรมี วันนี้เลยได้นำเอา 8 ความอดทน ที่แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ถ้าสามารถอดทนและทำมันได้ คุณจะกลายเป็นผู้นำที่ดีและพาองค์กรเจริญเติบโตได้อย่างแน่นอน

1. สนใจที่ความพยายาม ไม่ใช่ที่ผลลัพธ์

ถ้าต้องปีนเขา คุณจะใช้เวลาทั้งหมดคิดว่า มันไกลแค่ไหนกว่าจะเดินถึงยอดเขาใช่หรือไม่? คุณจะไม่มองขึ้นไปแล้วรู้สึกดีใจเหมือนได้อยู่บนยอดเขา แต่คุณจะต้องเริ่มวางเท้าข้างหนึ่งลงบนพื้นและก้าวเท้าอีกข้างสลับกันไปมาทีละก้าวเพื่อพาตัวเองไปสู่จุดสูงสุด จงจำไว้ว่าคุณไม่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ภายนอกได้ คุณสามารถควบคุมความพยายามของตัวเองได้ แต่ไม่ใช่สำหรับผลลัพธ์ เพียงแค่คุณลุกขึ้นมาและลงมือทำ ก้าวไปข้างหน้า ในที่สุดคุณก็จะสามารถปีนข้ามภูเขาได้ในสักวันหนึ่ง

2. ยึดมั่นในมาตรฐานที่สูงขึ้น(กับตัวเอง)

คุณเคยตำหนิใครหรือลูกน้องเพราะเรื่องบางอย่างเช่น การไปประชุมสาย หรือไม่? แต่เมื่อคุณสายบ้าง คุณจะมีข้อแก้ตัวที่คิดว่าสมเหตุสมผลใช่หรือไม่? การตำหนิการกระทำของคนอื่นว่าบกพร่อง แต่ในขณะที่คุณทำในสิ่งที่คล้ายกัน โดยถือว่าข้อผิดพลาดนั้นมาจากปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมของตัวเอง รู้หรือไม่ว่าคือกับดัก! อย่ายอมลดมาตรฐานเพื่อให้ตัวเองสบายใจ รับผิดชอบในสิ่งที่คุณต้องทำด้วยมาตรฐานที่เหมาะสม เพราะมันคือการแสดงออกว่าคุณกำลังเคารพในตัวเอง

“จงอดทนกับผู้อื่น แต่เข้มงวดกับตัวเอง” — มาร์คัส ออเรลิอุส

3. ตัดคนที่ Toxic ออก

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคนเป็นหัวหน้า/ผู้นำคือ “ควบคุมความสามารถและพัฒนามัน” หรือก็คือการรู้ว่าสมาชิกในทีมนั้นมีความสามารถอะไรและจะพัฒนาพวกเขาได้อย่างไร รวมถึงมอบหน้าที่ที่เหมาะสมกับความสามารถให้กับคนนั้นๆ โดยอาจมองจากความสามารถหรือความคิดที่ว่าคนๆ นั้นสามารถพัฒนาหรืออาจมีความสามารถมากพอที่จะทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายได้ ซึ่งบางครั้งผู้นำอาจไม่สังเกตเห็นถึงอันตรายจากการมอบหมายงานตรงนี้ เพราะบางคนอาจคิดว่ามันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเขา ถึงอย่างนั้นการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่ควรทำ ซึ่งใครทำได้ก็ควรได้รับการสนับสนุน แต่สำหรับใครที่ดูมีแนวโน้มจะมีปัญหาก็ควรรีบจัดการโดยเร็ว แม้ว่าคุณจะต้องจำใจทำแต่ก็ต้องทำ อย่าปล่อยจนเกิดปัญหาลุกลามแล้วกลายเป็นปัญหาใหญ่กับทีมหรือองค์กร

4. อย่าปล่อยให้อนาคตทำให้คุณกลัว

ผู้นำจะต้องสามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างชัดเจน คุณจะต้องไม่กังวลถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น(แต่ยังไม่เกิดขึ้น) คุณจะไม่สามารถตัดสินใจได้ดีหากอยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกกลัว ดังนั้นจงจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า พิจารณาปัจจัยต่างๆ ให้ดีและตัดสินใจอย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

“เรามักเป็นทุกข์กับจินตนาการมากกว่าความเป็นจริง” — เซเนกา

5. ตื่นเช้าเพื่อใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

เบื่อไหมกับคำว่าใช้ชีวิตแบบ Productive จากตำราหรือบทความต่างๆ แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้ดีและเห็นผลมากที่สุดคือการใช้ชีวิตตอนเช้าให้คุ้มค่าที่สุด ซึ่งมันจะทำให้คุณมีเวลามากขึ้นสำหรับการทำงานที่สำคัญสำหรับตัวเอง ใช้เวลากับครอบครัวและคนรัก หรือจะเป็นการออกกำลังกายและพัฒนาตัวเอง การใช้ชีวิตในตอนเช้าให้คุ้มค่านั้นหมายถึงการมีเวลาที่มากขึ้นที่จะได้ค้นพบกับโลกที่คุณต้องการ แถมมีเวลาและพลังเหลือพอที่จะทำสิ่งอื่นๆ ต่อไป ดังนั้นหากคุณมีปัญหาในการลุกจากเตียง ให้บอกตัวเองว่า คุณกำลังจะไปทำงานในฐานะมนุษย์คนนึงที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มทั้งวัน

6. อ่านและเรียนรู้ในทุกๆ วัน

แม้จะเรียนจบมาแล้วแต่ไม่ได้หมายความว่าการเป็นผู้ใหญ่จะต้องหยุดเรียนรู้โดยเฉพาะในฐานะของผู้นำ เพราะการเรียนรู้จะช่วยขยายฐานความรู้ของคุณที่มี เพิ่มทางเลือกในการตัดสินใจจากการคิดวิเคราะห์และประสบการณ์ที่มี ในการเผชิญหน้าสถานการณ์ท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และวิธีการที่จะเรียนรู้ได้ง่ายๆ คือการอ่าน แต่ก่อนจะอ่านอะไรก็ต้องพิจารณาก่อนว่าสิ่งที่จะอ่านนั้นมีความสำคัญมากพอที่จะอ่านจริงๆ คุณมีเวลาว่างหลายชั่วโมงในการใช้เวลาดู ฟัง อ่าน แต่ต้องถามตัวเองว่าสิ่งที่คุณได้รับนั้นช่วยให้คุณได้เรียนรู้จริงๆ หรือไม่

7. แสวงหาความท้าทาย

ไม่มีทางที่คุณจะเติบโตขึ้นหากยังเอาแต่อยู่ใน comfort zone หากคุณต้องการจะเก่งขึ้น คุณต้องกล้าทำในสิ่งที่ซับซ้อนมากกว่านั้น ในฐานะผู้นำทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่มีระดับมาชี้วัดความสำเร็จ ดังนั้นการแสวงหาความท้าทายที่ควบคุมได้ที่อยู่ใกล้เคียงกันกับประสบการณ์ที่คุณมีนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก พาตัวเองออกไปเจอความท้าทายและจัดการกับมันด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่มี และมันจะทำให้คุณนั้นเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน

8. รับชัยชนะอย่างน้อย 1 ครั้ง/วัน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กแค่ไหน

ไม่ว่าชัยชนะหรือความสำเร็จนั้นจะมากน้อยแค่ไหน แต่จงสร้างนิสัยให้ตัวคุณเองคว้าชัยชนะมากได้ในทุกๆ วัน เพราะจะเป็นการปลูกฝังความคิดในเรื่องของความก้าวหน้าในชีวิตให้ตัวเอง ถึงแม้จะเป็นความก้าวหน้าเล็กๆ ก็ตาม แต่มันเปลี่ยนนิสัยของคุณให้กลายเป็นคนที่มุ่งมั่นที่จะเอาชนะในสิ่งที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

“ความก้าวหน้าไม่ได้มากจากโชคหรือความบังเอิญ แต่เกิดจากการฝึกฝนด้วยตัวเอง” — เอพิคเตทัส

โดยทั้ง 8 ข้อที่กล่าวมากข้างต้นต่างต้องใช้ความอดทนในการทำทั้งสิ้น ถึงแม้ความยากง่ายจะแตกต่างกัน แต่เชื่อได้เลยว่ามันจะเป็นแนวทางสู่ความสำเร็จในชีวิตของคุณได้อย่างแน่นอน

ที่มา : https://bit.ly/3PXCap8