แชร์ประสบการณ์จริงขายปูดองให้ได้ 100 ล้าน! จากเจ้าแบรนด์ ปูไข่ดอง by ปองไคดู

117

แชร์ประสบการณ์จริงขายปูดองให้ได้100 ล้าน! จากเจ้าแบรนด์ปูไข่ดองby ปองไคดู

หากคุณกำลังทำธุรกิจอาหาร หรือกำลังสนใจอยากจะลงทุนในธุรกิจอาหารแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดกับ Hilight งานสัมมนาในครั้งนี้ การแชร์ประสบการณ์จริงจากแบรนด์ปูไข่ดอง 100 ล้าน โดย “คุณเช – ตรีชาวัชร์ รุ่งตวันธนาวัฒน์” เจ้าของเพจ ปูไข่ดอง by ปองไคดู ที่แชร์เทคนิคการทำคอนเทนต์อาหารให้น่ากิน และเผยเบื้องหลังการ Live ขายของทะเลสดใหม่ที่ดึงดูดคนดู สามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว และปัจจุบันยังยกระดับจาก SME สู่การเป็น Content Creator กับบทบาทของ “เฮียเช” ครัวเมืองจันท์ Chanthaburi Recipe by Pongkaidoo ที่ผลิคคอนเทนต์เกี่ยวกับอาหารทะเล ซึ่งผู้ชมสามารถนำสาระความรู้ไปใช้ในครัวได้อย่างเข้าใจง่าย

จุดเริ่มต้นของปูไข่ดอง by ปองไคดูและเฮียเชครัวเมืองจันท์  มีที่มาที่ไปอย่างไร


คุณเช :
เดิมทีไม่ได้ทำอาหารทะเล ผมเป็นวิศวกร ไม่ได้คิดจะมาทำธุรกิจ แต่วันหนึ่งไปสังสรรค์แล้วโดนรถชน ได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องออกจากงาน เป็นจุดเปลี่ยนเลย พอออกจากงาน เพื่อนมาทาบทามทำธุรกิจคล้ายๆ เซลส์อาหารเสริม แต่ทำแล้วไม่สำเร็จ เราก็ประสบปัญหาหนี้บัตรเคดิต มีหนี้มาก้อนหนึ่ง ในใจเริ่มอยากทำธุรกิจแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มขายอาหารทะเล

ผมไปเจอรูปภาพพระพิฆเนศปิดทอง ก็เอาภาพของร้านมาลองถ่ายรูปลงขายในเฟซบุ๊ก คอนเซ็ปต์ธุรกิจของผมคือ ทำออนไลน์ เป็นแบบ Dropship ไม่ต้องลงทุน เอาของคนอื่นเขามาขาย ปรากฏว่าขายได้ ได้เงินมาก้อนหนึ่ง

ผมตั้งใจอยากจะขายรูปพระพิฆเนศให้กับคนอินเดีย คิดว่าคงรวยแน่ ก็มีคนติดต่อเข้ามาคุยกับเรา สุดท้ายเขาไม่ได้ต้องการซื้อของ แต่เพื่อให้เราอยู่ในบทสนาของเขา คือมาขายกุ้งแม่น้ำให้ เขาบอกว่าในเมืองไทยกุ้งแม่น้ำขายดีมาก นี่คือจุดเริ่มต้น การเจอคนอินเดียเป็นคีย์เวิร์ดที่เราอยากจะรู้จักว่ากุ้งแม่น้ำคืออะไร น้องชายของผม ขายของในตลาดสดอยู่แล้ว เลยพาไปดูว่ากุ้งแม่น้ำเป็นยังไง ไปศึกษาว่ากุ้งแม่น้ำคืออะไร ไปเสิร์ชในเฟซบุ๊กในเมืองไทยขายดีมากในกรุงเทพฯ วันนั้นผมเพิ่งรู้จักกุ้งแม่น้ำเอง

ปี 2014-2015 ผมตัดสินใจลองขายกุ้งแม่น้ำ เริ่มต้นใช้เงิน 40,000 บาท ต้องเอามาเป็นคอนเทนเนอร์ ด้วยความไม่รู้ก็โดนแม่ค้ายำไซส์มา กุ้งตกไซส์ เอาไปขายปลายทางก็ขาดทุน

เราก็เริ่มต้นใหม่ กู้เงินในตลาดมาร้อยละ 10 ซื้อของใหม่ พวกปูม้า ลองผิดลองถูกไป ยืมรถเก๋งแม่ไปหาลูกค้าในพัทยา เดินหาลูกค้าตามแต่ละร้าน อาศัยลูกตื้อจนเขาช่วยซื้อ เราก็เริ่มเก็บหอมรอมริบมาเรื่อยๆ จนมีเงินเก็บหลักแสน

ด้วยความที่ตอนนั้นมีเฟซบุ๊กแล้ว ก็ศึกษาจนมีความรู้เรื่องเฟซบุ๊ก มีความรู้ภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย เลยไปติดต่อเอาของจากประเทศอินโดนีเซียเข้ามา ตอนนั้นกำลังไปได้ดี แต่ทำไปได้ระยะหนึ่งก็มาเจอปัญหาไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย วนซ้ำมากๆ เรารู้สึกว่าแข่งกับเครดิตไม่ได้ เพราะเราไม่มีเงินทุนมากพอ สายป่านไม่ถึง ถ้างั้นเราก็ต้องขายของให้ถูกลง

ปัญหาของผมคืออ่อนเรื่องกฎหมาย ส่งของมาไม่ตรงสเป็ก โดนโกงค่าชิปปิ้ง ขาดทุน พอตั้งตัวได้ก็มาล้มเหลวซ้ำมารอบที่สาม คือทำโปรดักส์ที่กรุงเทพฯ​ ส่งตามร้านอาหาร เช่น ส่งหอยเป็นตัน รอบที่ 1 จ่าย รอบที่ 2 จ่าย รอบที่ 3 ไม่จ่าย โดนกุ้งมังกร หอยแคลง โดยรวมแล้วก็ประมาณ​ 3 ล้านบาท

ตอนนั้นก็จากติดลบมามี มีแล้วก็ล้มใหม่ วนไปวนมาเป็นวังวนอย่างนี้อยู่ 2 ปี เป็นช่วงขายส่งอย่างเดียว ซึ่งในวงการขายส่ง ผมก็เป็นที่อยู่จัก เพราะโตค่อนข้างเร็ว ฟิตมาก เพราะว่ามีหนี้สินอยู่

จนรู้สึกว่าแก้ปัญหาไม่ได้สักที ยังไม่รวยตามที่คิด เลยคิดหาทางออก อยากจะส่งโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ไม่เอาระบบเครดิต อยากเก็บเงินสด เลยคิดโมเดลขายออนไลน์

ตอนนั้นผมมีบ่ออาหารทะเลอยู่ 30 บ่อ คุยกับน้องชายหาทางออกว่าจะเคลียร์ เอาของในบ่อไปโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก ตอนนั้นยังไม่มีแบรนด์ เราโพสต์ลงแล้วมีคนเข้ามาเห็น ลูกค้าคนแรกอยู่นครปฐม จากวันละสองคนเป็นวันละสามคน

3 ปีที่แล้ว ลูกค้าเห็นของทะเลเป็นๆ ค่อนข้างตื่นเต้น มี Wongnai เข้ามาทำรีวิว ยอดลูกค้าเลยเพิ่มเป็นวันละ 50 คน ผมเลยรู้ว่าออนไลน์ทำคอนเทนต์ ก็ไปเรียนถ่ายรูป ซื้อกล้องมาถ่ายรูปเอง เรียนการยิง Ads พอเราทำคลิปคอนเทนต์ของตัวเอง มันก็ต้องมีคอนเทนต์ตัวปัง คอนเทนต์นางฟ้าก็คือคลิป How-to สอนแกะกั้ง เป็นคลิปแรกทำให้เราเกิด มีคนดู 7 ล้านคน เป็นไวรัลออกไป เป็นที่มาของปองไคดู ประมาณปี 2018

ทุกวันนี้ ปูไข่ดอง by ปองไคดู และ เฮียเช ครัวเมืองจันท์ ขายอะไรบ้าง


คุณเช : เน้นขายอาหารทะเลสด ตัวชูโรงคือกั้ง ปูไข่ดอง กุ้งแม่น้ำ ปูม้า ปูทะเลทุกชนิด ราคาค่อนข้างดี เพราะเราเปิดโรงรับซื้อเองที่จันทบุรีและตราด นอกจากนั้นมีน้ำพริกปูไข่ อ่องมันปู ตอนนี้มีแพลตฟอร์มทำ LIVE ด้วย เลยมีสินค้าอื่นเข้ามาทำให้ลูกค้าไม่เบื่อ มีผลไม้ ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ เราพยายามใช้คีย์เวิร์ดคือสินค้าเมืองจันทร์ ตอนนี้ขายหลายอย่างให้เป็นสินค้าที่เชื่อมโยงกัน

ไลฟ์ขายของวันหนึ่งได้กี่เท่าไร

คุณเช : ยอดขายทั้งร้านเคยพีกๆ ประมาณ 5 แสนบาท ในวงการอาหารทะเล มีคน LIVE ขายได้มากกว่าผมนะ เราเพิ่งมาทำแพลตฟอร์ม LIVE ไม่ถึงปี เคยได้สูงสุดวันหนึ่งประมาณ 3 แสนบาท LIVE สดมันอะเมซซิ่งมาก มัน Disrupt กับโควิด-19 ถ้าเราไม่รีบทำก็อาจจะเอาต์ไป เพราะเฟซบุ๊กก็ปรับอะไรไปหลายอย่าง

อย่างที่เฮียเชว่าคือคน LIVE กันเยอะ แล้วคนไทยก็คุ้นเคยแล้ว แน่นอนว่าการแข่งขันก็ย่อมสูงตาม สร้างความแตกต่างให้กับตัวเองอย่างไรให้มียอดขายได้ สูงสุดก็ 3-5 แสนบาท


คุณเช : ในวงการถือว่าคนดูเราอาจจะไม่ได้เยอะ แต่คนเข้ามาเป็นลูกค้าที่พร้อมซื้อจริงๆ คอนเซ็ปต์ที่ต่างกันเลยอย่างแรกคือสินค้าจะต้องแตกต่างก่อน อย่างที่  2 จุดแข็งของผมคือคีย์เวิร์ด เน้นคำว่าจันทบุรีกับตราด

ในบรรดาอาหารทะเลส่วนมากจะเป็นของแห้ง ของแช่แข็ง แต่เราเป็นของสด ของสดมันทำยาก เพราะเก็บรักษายาก มันมีกำแพงอยู่ ถึงไม่ค่อยมีคนทำ กำแพงคือการทำที่ยาก เกิดการทำเลียนแบบกันยาก อาหารทะเลส่วนมากจึงเป็นของแห้ง และของแช่แข็ง ของแห้งคือง่าย ไม่ต้องปวดหัวแก้ปัญหา ของแช่แข็งก็ยากขึ้นมาหน่อย เพราะต้องลงทุนห้องแช่แข็ง เลย Disrupt กันง่าย แต่ของสด เก็บอยาก ตายง่าย ทำให้เราขาดทุนถ้าดูแลไม่ดีหรือหาช่องทางปล่อยของไม่ได้ ถามว่ามีคนทำมั้ย ยิ่งวันเวลาผ่านไปก็มีมาเรื่อยๆ

ที่สำคัญ โควิด-19 ทำให้ออนไลน์ Disrupt กันเร็ว  ทุกคนเดลิเวอรีกันหมด แล้วเราก็จะเป็นหนึ่งในมาร์เกตแชร์ แปลว่าถ้าคิดอะไรต้องรีบทำ แล้วเราต้องเป็นเจ้าตลาดก่อน อันดับที่เขาจำในหัวว่าในสิ่งนี้เราเป็น No.1 สุดท้ายถ้าเราไม่อยากถูก Disrutp ก็จะกลับมาที่เรื่องคุณภาพ สินค้ามีความแตกต่าง แล้วยิ่งทำยาก มีองค์ความรู้ ต้องใช้ทักษะในการแก้ไขปัญหา จะทำให้คนอื่นเขาขี้เกียจเข้ามาปวดหัว ฉะนั้นหลังบ้านของเราคือ การ QC ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความยั่งยืน

1. การ LIVE ต้องมีความหลากหลาย สินค้าไม่น่าเบื่อ เพราะ LIVE เหมือนกับโชว์ๆ หนึ่ง ถ้าเราอยากขาย อยากได้ยอด จำเป็นต้อง LIVE ทุกวัน แต่โชว์ขึ้นมาเมนูเดิมๆ 4-5 เมนูก็ทำให้คนเบื่อ เพราะพูดเหมือนเดิม ถ้า LIVE เหมือนเดิมก็เหมือนหนังที่เดาได้อยู่แล้ว เลยไม่อยากจะดูต่อ

2. เรื่องราคา ใน LIVE ให้ลูกค้าพร้อมรัว ส่วนฝั่งของหน้าร้าน ผมชัดเจนว่าสินค้าเป็นของสดๆ เป็นๆ Position ก็จะอีกแบบหนึ่ง เน้นเรื่องแบรนดิ้ง ความพรีเมียม ความเป็นตัวตน ราคาไม่ดัมป์มาก สินค้ยูนีค ตลาดนิชมากๆ ไม่ค่อยมีคนทำก็สามารถขายแพงได้


แสดงว่าในเพจปองไข่ดอง by ปองไคดู มีการจัดหมวดหมู่สินค้า หมวดหมู่คอนเทนต์ด้วย 1 เป็น LIVE 2 เป็นโพสต์หน้าเพจหน้าร้าน


คุณเช : สินค้าโพสต์หน้าร้าน เน้นเป็นแบบออร์แกนิก ลดการยิง Ads เพื่อลดต้นทุน คือโชว์ว่าสินค้าคืออะไร ถ้าช่วงไหนยอดน้อยหรือเปิดสินค้าใหม่อาจจะต้องยิง ads เข้าไป แต่ว่าก่อนหน้านี้เราเก็บคนเข้าไปใน Line OA ประมาณหนึ่งแล้ว มี User อยู่ในนั้น เลยทำให้มีลูกค้าที่รีเทิร์นกลับมาซื้อ

ถ้า LIVE แยกเลย ขายทุกอย่างที่เป็นของกิน แต่เป็นของเมืองจันท์
ลูกค้าคนละกลุ่ม เพราะลูกค้าหน้าร้านจะไม่ดู LIVE กัน เหมือนบางคนไม่ชอบดู ไม่ชอบรออะไรนานๆ มีเงินแล้วก็ซื้อเลย แต่ลูกค้า LIVE ชอบนั่งดูเพลินๆ
และได้ราคาดี ส่วนใหญ่ลูกค้า LIVE จะเป็นลูกค้าที่มีอายุนิดนึง ลูกค้าหน้าร้านจะอีกเกรด พรีเมียมขึ้นมาหน่อย

ช่วงวัน-เวลาในการ LIVE ขายของ อย่างอาหารทะเลมีช่วงที่เหมาะคือช่วงไหน เราฟิกซ์ไว้มั้ยว่าจะ LIVE เวลาไหนบ้าง แล้วความถี่มีความสำคัญไหม

คุณเช : คนไม่ได้ดูผมเป็นหลักหมื่น แต่มียอดที่สามารถให้ลูกค้าเข้ามาแล้วซื้อ ถ้าคนที่มี User ดู LIVE เยอะ เอนเกจเมนต์ดีๆ สามารถ LIVE ได้ทุกวัน เพราะมีลูกค้าวนเข้ามา แต่วันที่ดีๆ ของผมจะเป็นวันอังคาร กับวันอาทิตย์ ช่วงกลางคืนจะปิดการขายได้ดี คนไม่วอกแวก เอาจริงๆ ผมก็ดูจากสถิติ ช่วงเวลาที่ดีคือ 15.00 น. ก่อนคนเลิกงาน และอีกทีคือ 20.30 น. แต่ว่าอย่าเลย 23.30 น. แต่สำหรับเพจที่มีแฟนตัวยงมากๆ และชอบดู LIVE จะ LIVE เวลาไหนก็ได้นะ แต่คนดูของผมไม่ได้เยอะขนาดนั้น ลูกค้าของผมจะเป็นกลุ่มคนทำงาน พอสัก 23.00 น. เขาก็จะนอนแล้ว

ผมไม่ได้เป็นระเบียบถึงขั้นต้องเป็นเวลาเหมือนรายการทีวี แต่จะมีเป็นห้วงเวลาที่เราจะ LIVE

แต่ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับเอนเกจเมนต์ของเพจด้วยมากๆ LIVE ไม่เกี่ยวกับ Follower นะ ผมอาจจะเป็นตัวอย่างของคน LIVE ที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จ แต่เราไม่ได้หยุดที่จะทำ

เท่ากับว่าการที่เราขายของผ่านทางเฟซบุ๊ก ก็จะมีการสะกัดกั้นการมองเห็น ก็ทำให้เราผันตัวมาเป็นคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ด้วยมั้ย

คุณเช : หลักง่ายๆ ถ้าตรงนั้นมันไม่ดี ก็ต้องทำเพื่อให้มันมีตัวตน ธุรกิจห้ามเอาไปไว้กับคนคนหนึ่ง ผมมีหลายช่องทาง Tiktok IG พอวันหนึ่งเฟซบุ๊กมีการปิดกั้น ยอดเราก็จะตกไป เลยต้องไปทำแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Tiktok IG ต้องทำทุกช่องทาง แต่ช่องทางที่แนะนำทุกวันนี้คือ Tiktok มันเหมือนเฟซบุ๊กแรก ของใหม่ก็เปิดเอนเกจเมนต์ง่ายๆ Crossover ขึ้นไวมาก ตอนนี้เวลาผม LIVE ก็จะเปิดทั้ง IG Tiktok เลย ให้ปลอดภัยไว้ก่อน

ส่วนเพจ เฮียเช ครัวเมืองจันท์ Chanthaburi Recipe by Pongkaidoo เอามาสำรองเพื่อให้ User เขาไปอยู่ในนั้น แต่ในนั้นเมื่อก่อนจะไม่ออฟฟิเชียลมาก เป็นตัวเองมากขึ้น มีคอนเทนต์กินอาหารโชว์บ้าง พาไปเที่ยวบ้าง

ตอนนี้มีทั้งหมดกี่แพลตฟอร์ม

คุณเช : Facebook IG Tiktok แล้วก็มี Line OA แต่จะเป็น User ประจำ ใน YouTube ยังไม่ได้จริงจังเท่าไร

ใน Tiktok ก็มีคาแรกเตอร์เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ค่อนข้างสูงเลยนะทำ VDO สาธิตวิธีการจัดการกับวัตถุดิบแบบต่างๆเช่นแกะกั้งกระดานแกะแมงดาแกะปูม้าตรงนี้เรามองยังถึงขยับไปทางนั้น

คุณเช : ทุกอย่างส่วนใหญ่ของผมเจอปัญหา ก็หาทางออก เพราะเดี๋ยวไม่รอด เราเข้าใจเลยว่าทำธุรกิจต้องคอยศึกษา ไม่อย่างนั้นจะโดน Disrupt ยุคนี้ Disrupt กันง่าย เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมได้ยินคำนี้ยังไม่เข้าใจเท่าไร ยังไม่ลึกซึ้ง ตอนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย ทุกคนพร้อมทำ

โควิด-19 เป็นสิ่งที่ New Normal มากๆ คำว่าออนไลน์ตอนนี้ทุกคนเข้าใจหมดแล้ว การซื้อของออนไลน์คืออะไร CF คืออะไร COD คืออะไร คนสูงอายุเขาก็ยังเข้าใจ รุ่นพ่อแม่เราเข้าไปอยู่ในเฟซบุ๊กกันหมดแล้ว ร้านที่เจอโควิด-19 ก็มาทำอาหารเดลิเวอรีกัน เราก็ต้องบียอนด์ไปอีก คืออยู่เฉยไม่ได้ พอเจอปัญหาก็ต้องไปอีก ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่ทัน ก็จะโดน Disrupt ธุรกิจก็จะไปต่อไม่ได้ Tiktok คือหนี Facebook แต่จริงๆ คอนเซ็ปต์ของเราอยากจะทำทุกช่องทางอยู่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่มีเวลาไปโฟกัส Tiktok แต่พอมาเจอว่าเริ่มปิดกั้น Facebook มันเสียวหลัง Tiktok ยังไม่เสียเงินตอนนี้ มันง่ายจริง แป๊บเดียว Follower
ขึ้น


แต่ละแพลตฟอร์มอย่าง Facebook IG Tiktok มีวิธีเข้าหาลูกค้าแตกต่างกันมั้ยวางหมากไว้อย่างไร

คุณเช : คอนเซ็ปต์ผมไม่ได้คิดเยอะว่าแต่ละแพลตฟอร์มต้องเป็นอย่างนั้น เอาตามเทคนิคัลแล้ว สูตรทำมาหากินคือ Facebook เลยมันก็ No. 1 คนชอบติดตามเราก็จะคอมเมนต์ ไลก์ แชร์

IG จะเป็นกลุ่มลูกค้าอีกระดับหนึ่งเข้ามา IG แม้จะเอนเกจน้อยแต่เข้ามาแล้วปิดการขายเลย มีเงินแล้วเข้ามาซื้อ ฉะนั้นรูปต้องดี ถ้าไม่ดีจะไม่มีใครกด

ส่วน Tiktok จะเป็นกลุ่มเด็ก ตอนนี้ก็มีวัยโตขึ้นเข้ามาแล้ว ซึ่งเราใช้ปริมาณเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเกี่ยวกลุ่มเป้าหมายได้น้อย เราต้องใช้ปริมาณเข้ามา

เราไปทุกช่องทางก็จริง แต่ต้องเอากลับกลับมาที่ Facebook แพลตฟอร์มอื่นๆ คือไปเกี่ยวคนใหม่ๆ เพื่อกลับเข้ามาใน Facebook Tiktok เหมือนเป็นเซลส์หาลูกค้าใหม่เข้ามา ทำคอนเทนต์ให้เขาเชื่อมั่น แล้วจะมี Bio อยู่ในโปรไฟล์ ถ้าอยากซื้อจริงๆ เขาก็จะคอนเนกต์เข้ามาใน Facebook

คุณเช : แตกต่างกัน Tiktok จะวัย 20-25 วัยเรียน วัยเริ่มทำงาน ส่วน Faceboo วัย 25-40 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง แต่ใน IG ก็จะพรีเมียมขึ้นมาหน่อย ถ้า LIVE ใน Tiktok อาจจะปิดการขายได้ แต่ผมยังไม่เก่งใน Tiktok มากนัก

ใน Tiktok IG เวลา LIVE ผมจะบอกลูกค้าว่า ถ้าอยากชัวร์ๆ หรืออยากจะได้ของแถมของแจกก็ให้เข้ามาใน Facebook เหมือนเราโปรโมท

สามารถติดตามคุณเชได้ที่
ปูไข่ดอง by ปองไคดู >> https://www.facebook.com/pongkaidoo และ https://www.facebook.com/cheypongkaidoo
“เฮียเช” ครัวเมืองจันท์ Chanthaburi Recipe by Pongkaidoo >> https://www.youtube.com/c/เชชวนชิล/videos