น้ำปรุงโบราณมรดกไทย พัฒนาสู่น้ำหอมดอกไม้ติดทนนานโดนใจต่างชาติ ส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ

1619

ในอดีตจะมีคำพูดติดปากว่า สาวชาววังนี่นั่งที่เรือนไหนก็ “หอมติดกระดาน” เนื่องจากสมัยก่อนสาวชาววังจะใช้น้ำปรุงแต้มที่ผิว ใส่ผม วิธีการทำนั้นปรานีต วิจิตรบรรจงมากๆ เวลาไปนั่งคุยที่เรือนไหน พอลากลับไปแล้ว กลิ่นยังติดไม้กระดานอยู่เลย คนภายนอกจึงมักจะพูดเสมอว่า “หอมแบบชาววัง หอมติดกระดาน” นั่นแสดงให้เห็นว่าปประเทศไทยเอง ก็มีน้ำหอมมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว และยังสามารถทำให้กลิ่นติดอยู่คงทนได้นาน ไม่แพ้น้ำหอมจากต่างชาติในปัจจุบัน 

จนถึงปัจจุบันนี้ มีผู้ผลิตน้ำอบปรุงที่ยังคงส่งต่อเสน่ห์แบบไทยจากรุ่นสู่รุ่น อย่าง คุณอณุพรรณ เครือมิ หรือ “คุณจ๊ะ”  สาวสวยเจ้าของแบรนด์น้ำหอมต้นตำรับชาววัง ปรุงด้วยกลิ่นสกัดจากดอกไม้ไทย พัฒนาสูตรจากน้ำปรุงโบราญ ผสมผสานกับเทคนิคการทำน้ำหอมสมัยปัจจุบัน มีทั้งหมด 27 กลิ่น ติดทนนานตลอดทั้งวัน โดนใจทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ในชื่อแบรนด์ ‘I Am Siam’ ส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ อเมริกา, สวีเดน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, สวิตเซอร์แลนด์, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ดูไบ, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี, เนปาล และกัมพูชา สร้างยอดขาย 40 ล้านบาทต่อปี และมีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่ 100 ล้านบาทให้ได้

จุดเริ่มต้นของของ ‘I Am Siam’  เกิดจากการซึบซับของคุณจ๊ะเองมาตั้งแต่เด็ก ที่ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ ครอบครัว จะช่วยกันทำเครื่องหอม น้ำอบ น้ำปรุง ไปเป็นของขวัญมอบให้กับญาติผู้ใหญ่ คุณจ๊ะจึงเรียนรู้ภูมิปัญญาเหล่านี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ

C:\Users\MyMintLanla\AppData\Local\Microsoft\Windows\INetCache\Content.Word\S__13205510.jpg

หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คุณจ๊ะได้เข้าทำงานที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาในจังหวัดตาก แผนกสินเชื่อ รายได้เริ่มต้นอยู่ที่ 20,000 บาท แต่เพราะสามีเป็นคนจังหวัดสตูล การทำงานอยู่ที่จังหวัดตาก ทำให้ไม่ค่อยเจอหน้ากัน เมื่อเข้าปีที่ 11 คุณจ๊ะจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ไปอยู่กับสามีที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ทั้งๆที่ ตอนนั้นเงินเดือนอยู่ที่ 60,000-70,000 บาท 

เมื่อคนที่เคยทำงานอยู่ตลอดเวลา ต้องผันตัวมาเป็นแม่บ้าน คุณจ๊ะจึงเริ่มมองหาอะไรทำ ตอนนั้นคุณจ๊ะบังเอิญไปแถวท่าเรือ และได้เห็นนักท่องเที่ยวที่ท่าเรือทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ส่วนใหญ่มักจะมียาดม ยาหม่องของไทยติดไม้ติดมือกลับไปทุกคน คุณจ๊ะที่มีความรู้ในการทำเครื่องหอมไทย น้ำอบ น้ำปรุง จึงมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ

คุณจ๊ะเริ่มต้นจากการทำยาดมสมุนไพรกลิ่นดอกไม้ เอาไปขายที่ท่าเรือ และผลตออบรับดีมาก บางวันขายได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ชิ้น ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวัน 5-6 เดือน เกิดความรู้สึกอยากจะขยายช่องทางการตลาด ได้มีโอกาสร่วมงานกับภาครัฐ (สสว.) คุณจ๊ะจึงเริ่มแตกไลน์สินค้า มีการทำน้ำหอมดอกไม้ บุหงาดอกไม้ ยาหม่อง น้ำมันนวด ชาดอกไม้ และที่ปรับอากาศเพิ่มขึ้น

เมื่อได้ไปออกบูธกับทาง สสว. มีลูกค้าสนใจให้ทำแบรนด์ให้ มีจำหน่ายทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และทางออนไลน์ ทำ OEM อยู่ประมาณ 2 ปี เริ่มสังเกตว่าลูกค้าที่รับไปจำหน่ายทางออนไลน์ยอดขายดีมาก เลยมีความสนใจอยากจะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์เอง

คุณจ๊ะเลือกนำน้ำหอมดอกไม้ไทยมาพัฒนาให้มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ โดยการนำเอาความรู้ในเรื่องของการทำน้ำปรุง มาผสมผสานกับเทคนิคการทำน้ำหอมแบบสมัยใหม่ เพื่อที่ให้กลิ่นของน้ำหอมมีกลิ่นอายของดอกไม้ไทยแบบสากลมากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่มีใครทำน้ำหอมดอกไม้ไทยแบบจริงจัง

ในช่วงเริ่มต้นเปิดตัวน้ำหอม 6 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นบัวหลวง กลิ่นพลับพลึงพราย กลิ่นกุหลาบ กลิ่นมหาหงส์ กลิ่นชวา และกลิ่นทิวาราตรี 

“ในช่วงที่ทดลองขาย 1-3 เดือนแรก ขายแทบไม่ได้เลย เพราะไม่รู้จริงเรื่องการทำธุรกิจออนไลน์  ไม่เข้าใจการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ไม่รู้วิธีเขียน Content ให้น่าสนใจ เมื่อไม่เข้าใจทั้ง 2 อย่าง มันหมายถึงการทำธุรกิจออนไลน์ไม่ประสบความสำเร็จ”

คุณจ๊ะจึงเริ่มที่จะพัฒนาตัวเอง ศึกษาดูจาก YouTube ซื้อหนังสือมาอ่าน ลองหัดทำ เข้าสัมมนา ลงคอร์สเรียน สังเกตเพจที่มียอด Follower เยอะ ๆ ว่ามีวิธีการอย่างไร แล้วนำมาปรับใช้ในแบบที่ตัวเองถนัด และในช่วงนั้นมีละครบุพเพสันนิวาสกำลังเป็นที่นิยม จึงได้ลองเกาะกระแสละคร นำชื่อมนต์กฤษณะกาลีในละคร มาตั้งเป็นชื่อน้ำหอมกลิ่นบัวหลวง เพราะกฤษณะกาลีคือชื่อมนต์ไว้ทำลายคนที่คิดร้ายกับเรา เปรียบดังดอกบัวหลวงที่เป็นดอกไม้แห่งความดีงาม พอทดลองยิงแอด ปรากฏยอดขายดีมาก ๆ

นอกจากศึกษาเรื่องการทำ Content คุณจ๊ะยังศึกษาพฤติกรรมคนที่ชอบดอกไม้ น้ำหอม จะมีกิจกรรมอะไรประจำวัน ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร สนใจอะไร ใช้เวลา 6 เดือน ยอดขายกลับมาดี และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จำหน่ายผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ ออนไลน์, ตัวแทนจำหน่ายกว่า 50 ราย, วางจำหน่ายที่ Shop Lafilla (Big C ราชดำริ) และบนเถาเป่า (China Online) และส่งออกกว่า 14 ประเทศ ทั้งอเมริกา, สวีเดน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ออสเตรเลีย, สวิตเซอร์แลนด์, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ดูไบ, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลี, เนปาล และกัมพูชา สร้างยอดขายถึง 40 ล้านบาท ในระยะเวลา 4 ปี และมีเป้าหมายว่าจะไปให้ถึง 100 ล้านบาท

เรื่องราวของภูมิปัญญาไทย และคุณค่าที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนำมรดกไทยมาผสมผสานเข้ากับยุคสมัยใหม่ เพราะเราเชื่อว่าอัตลักษณ์ และเรื่องราวในแบบเฉพาะของชาติไทย มีคุณค่า และเป็นที่ยอมรับในระดับโลก 

ติดตามช่องทางอื่นๆ ของอายุน้อยร้อยล้านได้ที่
Facbook : อายุน้อยร้อยล้าน http://bit.ly/2zvF8c1
Youtube : อายุน้อยร้อยล้าน http://bit.ly/2YnwtmG
IG IGTV : ryounoi100lan http://bit.ly/2UFdwKK
Line : @ryounoi100lan http://bit.ly/2Tq0oMH
Soundcloud : http://bit.ly/2zrtuyPFacebook2kTwitterLine