วิเคราะห์การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่น่าจับตามอง

696

การที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า หลายๆ ท่านส่วนใหญ่จะตัดสินใจซื้อจากการรู้ข้อมูลเบื้องต้น แต่ถ้าเป็นเรื่องของการลงทุน การตัดสินใจลงทุนอะไรก็ตามในปัจจุบัน นอกจากที่ต้องมองถึงอนาคตแล้วนั่น จำเป็นต้องดูถึงความเสี่ยงและภาพรวมของเศรษฐกิจในตอนนี้ว่าเป็นอย่างไรด้วย โดยข้อมูลที่ทุกท่านจะต้องทราบก่อนลงทุนมีดังนี้

วิเคราะห์เศรษฐกิจพิชิตการลงทุน

*วงจรเศรษฐกิจกับการลงทุน

จากกราฟด้านบน  เส้นสีชมพูคือ ประมาณการเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน จะบอกว่าตอนนี้ต่ำที่สุดคืออะไร เส้นประ คือ ทิศทางของเงินเฟ้อ, ทิศทางของดอกเบี้ย แทนพันธบัตร ความหมายก็คือ ถ้ารายได้น้อยหรือลดลง แต่ว่าค่าใช้จ่ายก็ลดน้อยลงด้วย แสดงว่ามีมูลค่าเพิ่ม และจากกราฟแสดงให้เห็นว่าในจังหวะการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจต่าง ๆ เป็นดังนี้

  1. หุ้นดีสุด ตราสารหนี้รองลงมา
  2. สินค้าโภคภัณฑ์ดีสุด หุ้นรองลงมา
  3. เงินฝากดีสุด สินค้าโภคภัณฑ์รองลงมา
  4. ตราสารหนี้ดีสุด เงินฝากรองลงมา

โดยวิธีที่สามารถจะทำให้ตัวเราเองรู้ได้ว่า ธุรกิจของท่านอยู่ในช่วงจังหวะไหน โดยดูได้จากกราฟดังต่อไปนี้

จากกราฟด้านบนบอกถึงความเสี่ยงของโลกว่าตอนนี้กำลังอยู่ในทิศทางไหน จะเห็นว่าในปี 2008-2009 เส้นกราฟจะพุ่งขึ้นนั่นคือมีความเสี่ยงของเศรษฐกิจอยู่ในขั้นวิกฤต จนถึงปัจจุบัน 2019 เส้นกราฟกำลังพุ่งขึ้น แสดงว่าไม่เกิดวิกฤตเศรษกิจ เกิดเพียงเศรษฐกิจถดถอย แต่ถ้าถามว่าสามารถนำอสังหาฯ หรือสินค้าที่มีอยู่ในมือของท่าน มาขายสู่ตลาดได้หรือไม่ในยุคนี้ ต้องศึกษาได้จากกราฟดังต่อไปนี้

เป็นกราฟที่แสดงถึงความต้องการของประชากรทั้งโลก เส้นสีน้ำเงินเป็นยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่ที่มีในโลก และเส้นสีฟ้าคือ สินค้าคงคลังที่มีอยู่ เราจะเห็นว่าสินค้าคงคลังของโลกลงมาตลอด พอใกล้ศูนย์นั่นหมายถึง เราจะต้องผลิตต่อ ยังมีคนที่ต้องการที่จะซื้อ ดังนั้นผู้ประกอบการก็สามารถผลิตสินค้าใหม่ต่อไปได้ เพราะอยู่ในช่วงที่สิ้นสุดขาลงไปแล้วนั่นเอง

การลงทุนกับพันธบัตรและทองคำ

ในแง่การลงทุนสองสิ่งนี้มีทั้งความคล้าย และความแตกต่างกัน แต่ทั้งสองเป็น สินทรัพย์ที่เรียกได้ว่าปลอดภัย หลายๆคนเจอกับสภาวะค่าของเงินที่ลดลงทำให้เราต้องซื้อของแพงขึ้น จ่ายค่าบริการต่างๆ แพงขึ้น หรือที่เรียกว่า “เงินเฟ้อ” ดังนั้นการที่เราใช้เงินเท่าเดิมในปัจจุบันมันจะด้อยค่าลงในอนาคต วิธีการป้องกันการด้อยค่าของเงินจากสถานการณ์เช่นนี้ก็คือ การนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ แล้วอะไรคือสินทรัพย์ที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ เช่น ลงทุนในพันธบัตร พันธบัตรรัฐบาลนี้มีความสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ ถ้าเงินเฟ้อไม่ขยับปรับตัวขึ้นเร็วจนเกินไป แนวคิดการนำเงินไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างจากกราฟด้านล่างที่แสดงผลตอบแทนจากพันธบัตรในสหรัฐฯ ที่นักลงทุนที่หันมามองการลงทุนในตราสารหนี้ของสหรัฐ แต่การลงทุนกับพันธบัตรระยาวเริ่มมีความน่าสนใจน้อยลงแสดงถึงการฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจของไทย

ส่วนการลงทุนกับทองคำ ถ้าเราดูแนวโน้มยาวๆ เราจะพบว่า มูลค่าของทองคำปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา ถ้าเราดูภาพใหญ่ในระยะยาวเราจะพบว่า การซื้อทองคำเพื่อลงทุนสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้เช่นกัน แต่จุดสำคัญของการลงทุนในทองคำ คือ จังหวะซื้อที่ถูกต้อง ถ้าเราซื้อทองคำราคาสูงเกินไป ไปซื้อที่ยอดดอย โอกาสที่เราจะขาดทุนก็มีสูงมากด้วย

ต่อมาถ้ามองภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ตามกราฟด้านล่างจะเห็นว่า GDP (Gross Domestic Product) ของไทยลดลงติดกัน 5 ไตรมาส แต่ในไตรมาศที่ 3 ของปี 62 คาด +2.7% แสดงว่าสามารถซื้อทรัพย์สินได้ก่อน 15 พฤศจิกายน ของปีนี้ และ BOT ปรับลดประมาณการแต่ยังมองว่าฟื้นตัวได้

และจากการวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกที่ผ่านมา ถ้าให้แนะนำการลงทุนของไทย สามารถดูได้จากแผนผังวงจรเศรษฐกิจด้านล่างดังนี้

สำหรับท่านที่เล่นหุ้นสามารถลงทุนได้กับกลุ่มสถาบันการเงิน เพราะสถาบันการเงินเป็นลู่ทางที่น่าสนใจ จุดต่ำสุดลงทุนหุ้นในกลุ่มสินค้าคงทน เช่น อสังหาริมทรัพย์ แล้วในระยะหนึ่งมีผลประกอบการเพิ่มขึ้น ก็สามารถมาลงทุนหุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการลงทุนในประเทศ ต่อมาสามารถลงทุนหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และลงทุนหุ้นเกี่ยวกับสินค้าจำเป็นได้ตามลำดับ