คิดแบบ “คนสำเร็จ” ลองเปลี่ยนจากจะทำให้ดีที่สุดที่ทำได้ เป็นทำแบบมีเป้าหมายแม้มันจะยากที่สุด

317

อยากสำเร็จ ต้องคิดแบบคนที่สำเร็จ! เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะมีคติประจำใจที่ยึดถือหรือเป็นแรงขับเคลื่อนในการใช้ชีวิตที่ว่า “ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” คือ หนทางไปสู่ความสำเร็จในอนาคต แม้จะเป็นคำที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนได้ แต่รู้หรือไม่? คนที่ประสบความสำเร็จแล้วส่วนใหญ่ กลับไม่เชื่อในคำนี้!

เพราะแทนที่จะเป็นแรงผลักดันจริง ๆ บางครั้งอาจกลายเป็น “แรงกดดัน” สำหรับความสำเร็จหรือการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ กลับกันพวกเขามักมีแนวคิดว่า สิ่งที่จะทำให้ประสบความสำเร็จจริง ๆ ไม่ใช่การพยายามทำทุกวันให้ดีที่สุด แต่เป็นการทำอย่าง “มีเป้าหมาย” ที่เจาะจงและชัดเจน แม้จะเป็นเป้าหมายที่ยากมากก็ตาม เพราะถึงแม้ว่าคุณจะทำได้ไม่มากพอ แต่คุณจะไปได้ไกลกว่าแค่พยายามทำให้ดีที่สุด เนื่องจากคุณจะรู้ว่า ต้องทำเพื่ออะไร และต้องทำอย่างไร

แล้วทำไมต้องตั้งเป้าหมายอย่างเจาะจงและชัดเจน?

1.เป้าหมายที่เจาะจงอย่างชัดเจนว่าคืออะไร จะทำให้คุณสามารถกำหนดจุดความสำเร็จได้อย่างชัดเจน โดยที่จะไม่มีข้อสงสัยหรือต้องตั้งคำถามว่าการบรรลุเป้าหมาย หรือความล้มเหลว คืออะไร หมายความว่าอย่างไร

2. เป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้คุณกำหนดได้ว่า ต้องทำอะไรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากคุณมีจุดความสำเร็จที่ชัดเจนแล้ว ซึ่งทำให้คุณสามารถวางแผนเพื่อไปถึงจุดนั้นได้

3. การเจาะจงเป้าหมาย เช่น ภายในปีจะต้องทำยอดขายให้ได้ 100 ล้านบาท นั่นหมายความว่า คุณจะมีความคืบหน้าที่สามารถวัดได้ เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วปรากฏว่า ไม่เป็นอย่างที่คิด คุณไม่ได้อยู่บนเส้นทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คุณก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนแผนใหม่ เพื่อนำไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จที่ถูกต้องได้ทัน

ทำไมต้องเป็นเป้าหมายที่ยาก?

1. เป้าหมายที่ยากจะทำให้คุณเพิ่มความพยายาม และความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งในที่สุดแล้วสิ่งนี้จะทำให้คุณยืนหยัดกับความพยายามในการเดินไปหาเป้าหมายได้นานขึ้นโดยไม่ท้อหรือล้มเลิกไปเสียก่อน

2. เป้าหมายที่ยาก มักต้องการให้คุณใช้กลยุทธ์และศักยภาพของคุณอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเพื่อนำทางไปสู่ความสำเร็จ อีกทั้งสิ่งเหล่านี้ยังนำไปสู่การเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และไหวพริบให้คุณบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ แนวคิดของคนที่สำเร็จแล้วข้างต้น ไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรูเชื่อถือไม่ได้ เนื่องจากมีผลการศึกษา และข้อมูลที่ยืนยันว่าแนวคิดนี้ได้ผลจริง ๆ เช่น การที่ Latham และ Kinne ได้ทำการวิจัยจากการฝึกอบรม 1 วันของพนักงาน ว่าการกำหนดเป้าหมายจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานในช่วง 2 เดือนต่อจากนี้หรือไม่ ซึ่งผลวิจัยพบว่า พนักงานผู้ที่กำหนดเป้าหมายเฉพาะเจาะจง มีผลงานที่สูงกว่าและมีการขาดงานน้อยกว่าผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ “พยายามทำให้ดีที่สุด”

ในการศึกษาคนทำงานกว่า 3,000 คน พบว่า ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด คือ มีแนวคิดอย่าง “งานของฉันท้าทาย” และ “คนในกลุ่มงานของฉันถูกคาดหวังให้ทำงานหนัก”

หรืออย่างผลการวิจัยของสื่อเยอรมนี พบว่า มีเพียงแค่พนักงานที่รู้สึกว่า “งานของพวกเขายาก” เท่านั้นที่จะมีคะแนนความพึงพอใจ ความสุข และความสำเร็จในการทำงานเพิ่มขึ้น ในระยะเวลา 3 ปี และผลลัพธ์ต่อมาก็คือ พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นด้วย

ดังนั้น ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มที่ถือคติ “ทำให้ดีที่สุด” แต่ยังไม่สำเร็จอย่างใจหวังสักที อาจลองเปลี่ยนแนวคิดหรือคติประจำใจ อย่าเพียงแค่พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ มาลองทำอย่างมีเป้าหมายชัดเจน ว่าคืออะไร และต้องการอะไร พร้อมกับวางแผนเส้นทางที่จะนำไปสู่ความสำเร็จอย่างรอบคอบ มุ่งมั่นในการไปให้ถึง ก็สามารถทำให้คุณเข้าใกล้หรืออาจเดินไปถึงความสำเร็จที่ตั้งใจได้จริง ๆ

ที่มา :