ไม่มีแผน ≠ ความสำเร็จ เพราะต่อให้มีเป้าหมาย แต่ไร้ระบบ ก็ไม่มีทางที่คุณจะทำสำเร็จ

220

“มือสมัครเล่นมีเป้าหมาย มืออาชีพมีกระบวนการ”
คนส่วนใหญ่ชอบตั้งเป้าหมาย แต่น้อยคนที่จะทำสำเร็จ นั่นเป็นเพราะความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้งเป้าหมายแล้วหรือยัง แต่มันขึ้นอยู่กับว่าหลังจากมีเป้าหมายแล้ว คุณได้วางแผน สร้างระบบ กระบวนการ หรือวิธีที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายหรือไม่?

หากคุณเอาแต่คิดตั้งเป้าหมายเพียงอย่างเดียว รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องเริ่มอย่างไร ต้องทำอะไรต่อในขั้นตอนต่อไป เป้าหมายของคุณไม่มีทางเติบโตสู่ความสำเร็จได้แน่นอน ในทางกลับกันมันจะกลายเป็นแค่เรื่องไร้สาระ ความหวัง และเรื่องที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการผัดวันประกันพรุ่ง

“ระบบหรือแผนการ” อาจต้องใช้เวลาและความคิดอย่างหนักในการลงทุน แต่ทำไมการสร้างระบบถึงคุ้มค่า เมื่อปลายทางคือความสำเร็จ?


1. ไม่จำเป็นต้องมีแรงจูงใจหรือแรงกระตุ้นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเมื่อ “มีระบบ”
กับดักที่ใหญ่ที่สุดของการพยายามประสบความสำเร็จในชีวิต คือ การที่คุณรู้สึกว่าต้องถูกกระตุ้นหรือมีแรงจูงใจถึงจะทำได้ เมื่อคุณเลิกงานกลับถึงบ้าน คุณจะยิ่งรู้สึกเหนื่อย เพราะเหมือนกับว่าถูกกระตุ้นให้ต้องทำตลอดเวลา และเมื่อไรก็ตามที่ต้องถามตัวเองว่า “วันนี้ฉันรู้สึกมีแรงจูงใจที่จะทำเป้าหมายนี้หรือไม่?” แล้วคำตอบคือ “ไม่” ลำดับต่อมาที่หลายคนมักทำคือ หยุด และรอเวลาให้ตัวเองมีแรงจูงใจก่อนถึงจะทำ เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ก็กลายเป็นว่าคุณไม่ได้ทำอะไรให้ใกล้ความสำเร็จเลย

“ไม่มีแรงขับเคลื่อนไหนที่ไม่ต้องการระบบ” ในทางกลับกัน หากคุณวางแผนจัดการอย่างมีระบบ เริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อน ว่าในแต่ละวันต้องทำอะไรบ้าง ทำอย่างไร ควรทำอะไรก่อนหรือหลัง จะทำให้คุณทำงานง่ายขึ้น เพราะเป้าหมายเล็ก ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นบันไดในการไปสู่เป้าหมายใหญ่ และความสำเร็จที่ต้องการ แถมระหว่างทางยังทำให้คุณไม่ต้องรู้สึกกดดันตัวเอง ไม่ต้องพึ่งแรงจูงใจหรือแรงขับเคลื่อนมากเกินไปด้วย

2. ระบบ เป็นตัวขับเคลื่อนความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ
เป้าหมาย นับว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสวงหาความสุขในชีวิต แต่ปัญหาคือ มันจะทำให้เราเจ็บปวดและเป็นทุกข์ได้ หากเราถ่วงเวลาด้วยการไม่ทำหรือทำอย่างไม่มีการวางแผนใด ๆ แต่วิธีการทำงานอย่างมีระบบนั้นต่างกัน เพราะการทำงานที่มีระบบที่ดี มีการวางแผนกระบวนการทำงานไว้อย่างดีแล้ว จะทำให้คุณรู้สึกดีและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ แม้ว่าผลลัพธ์จะยังไม่ได้ผลก็ตาม

3. ระบบช่วยให้มี “ความสม่ำเสมอ” และความสม่ำเสมอ ช่วยสร้าง “ความสำเร็จ”
เมื่อคุณทำงานภายใต้ความมีระบบระเบียบซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ระบบมีโอกาสสร้างความสำเร็จได้มากกว่าการมีเป้าหมายเดี่ยว ๆ ที่คุณมักรอเพื่อที่จะทำในเวลาว่าง หรือเวลาที่ตัวเองมีแรงจูงใจเท่านั้น การทำงานอย่างมีระบบจะช่วยสร้างนิสัยการทำงานที่ดี ความมีวินัย และความสม่ำเสมอ อย่ารอเวลาแค่เมื่อพร้อม เพราะถ้าคุณยังไม่อยากทำ คุณก็จะบอกตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าที่ยังไม่ทำเพราะยังไม่พร้อมต่อให้ตั้งเป้าหมายไว้แล้วก็ตาม

4. ระบบ เปรียบเหมือน “วัคซีน” ที่ช่วยป้องกันความเหนื่อยหน่ายและหมดไฟจากงาน
คนชอบพูดว่าพวกเขาเหนื่อยและหมดไฟในการทำงาน ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มักเข้าใจผิดถึงเหตุผลที่แท้จริงของความเหนื่อยที่เกิดขึ้น เพราะในความจริงคุณอาจไม่ได้เหนื่อยจากการทำงานหนักเสมอไป แต่คุณเหนื่อยจากการทำงานที่ “ไม่มีระบบ” มากกว่า ดังนั้น การทำงานที่มีระบบ จะช่วยให้อะไร ๆ ง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยาก และไม่เหนื่อยเกินไป ที่สำคัญยังทำให้คุณมีเวลาจัดการดูแลส่วนอื่น ๆ รวมถึงเห็นปัญหาได้มากขึ้นด้วย

5. ประโยชน์สูงสุดของการมีระบบ คือ ช่วยให้เราตัดสินใจง่ายขึ้น
คนเราถูกสอนให้ทำตามความต้องการของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองเรียกร้อง ซึ่งมันถูกและดี แต่คนส่วนใหญ่มักนำสิ่งนี้มาใช้ในทางที่ผิด และใช้ในการต่อรองกับตัวเองเมื่อต้องการอะไรบางอย่าง เช่น วันนี้ฉันมีเวลาไหม? วันนี้ฉันรู้สึกยังไง? ฉันต้องการเป้าหมายนี้จริงหรือไม่? ฉันควรทำเป้าหมายนี้ต่อไปหรือเปล่า? ซึ่งคำถามเหล่านั้น ล้วนแต่จะนำความไม่สบายใจมาให้ตัวเอง

แต่ถ้ามีระบบ มีการวางแผน การเจรจาต่อรองกับตัวเองจะจบลงทันที คุณจะตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะคุณรู้แล้วว่า ทุกวันต้องทำอะไรบ้าง

ต่อไปนี้คือ เทคนิคที่จะเปลี่ยนให้คุณ “มีระบบ” มากขึ้น

1. ทำขั้นตอนแรกของเป้าหมายให้เป็นระบบหรือกระบวนการที่เล็กที่สุด และง่ายที่สุด เพื่อให้คุณไม่รู้สึกกดดันมากเกินไป

2. เปลี่ยนมุมมองการตั้งเป้าหมาย เพื่อให้บรรลุง่ายขึ้น โดยอาจจะเริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อน เพราะเป้าหมายเล็ก ๆ สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นเป้าหมายใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้

3. เปลี่ยนจากเป้าหมายใหญ่ ให้เป็นเป้าหมายที่เล็กลง แล้วแยกย่อยให้เป็นกระบวนการเล็ก ๆ พร้อมกับค่อย ๆ ทำไปทีละขั้นตอน เพราะการทำด้วยวิธีนี้ จะช่วยให้เรามองเห็นปัญหาและหาวิธีแก้ไขได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้ประสบความสำเร็จ หยุดการตั้งเป้าหมายที่เพ้อฝัน เพราะมันจะทำให้คุณเสียเวลาเปล่า ๆ แต่จงหันมาทำเป้าหมายให้เล็กลง แบ่งมันออกเป็นส่วนเล็ก ๆ และทำให้เป็นระบบง่าย ๆ แบบที่เด็ก 5 ขวบ ก็สามารถทำตามได้ แล้วค่อยขยายเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ

ที่มา :