เรียนรู้วิธีทำการตลาดผ่านความสำเร็จของ “Taylor Swift”

22

เมื่อพูดถึง “Taylor Swift” หลายคนคงนึกถึงเพลงฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองไม่ว่าจะเป็น you belong with me, blank space, shake it off และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเราจะได้เห็นพัฒนาการของเธอตั้งแต่สมัยเป็นสาวน้อยสไตล์คันทรี่ถือกีตาร์โปร่งพร้อมกับเสียงหวานๆ จนกระทั่งมาเป็น “Taylor Swift” ในแบบปัจจุบัน

แต่นอกจากผลงานเพลงที่ยอดเยี่ยมของเธอแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือการที่เธอเป็นหนึ่งในนักการตลาดที่ยอดเยี่ยม เห็นได้จากการที่เธอสามารถสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นและชื่นชอบในเธอจากใจจริง ซึ่งไม่ใช้การทำการตลาดแบบที่คุณสามารถหาอ่านได้ตามตำรา เธอทำได้อย่างไร? วันนี้จึงจะพาทุกท่านมาเรียนรู้วิธีทำการตลาด ผ่านความสำเร็จของผู้หญิงที่มีชื่อว่า “Taylor Swift”

  • “การรีแบรนด์” ควรเพิ่มตัวตนให้คนจดจำได้มากขึ้น “ไม่ใช่การเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง”

ทุกคนรู้จัก Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) ในฐานะนักร้อง นักดนตรีที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์บทเพลงออกมาขับกล่อมโลกใบนี้ และหากสังเกตดีๆ คุณจะเห็นเธอในภาพลักษณ์ใหม่และโตขึ้นในทุกอัลบั้ม นั่นคือการรีแบรนด์ของตัวเธอเอง จากเด็กสาวที่ยืนถือกีตาร์ในวันนี้สไตล์เพลงรวมถึงเรื่องของภาพลักษณ์ของเธอได้เปลี่ยนไปอย่างมาก แต่ในความเปลี่ยนไปนั้นก็ยังคงความเป็น เทย์เลอร์ สวิฟต์ อยู่ได้อย่างชัดเจน

เธอไม่เคยทิ้งความเป็นตัวเองไม่ว่าจะเป็น “การแต่งเพลง” ที่ถือว่าเป็นพรสวรรค์ของตัวเธอเพราะไม่ว่าจะแต่งออกมาได้แตกต่างกันมากแค่ไหนก็ยังคงความเป็นตัวเธอเอาไว้ได้อยู่ดี ประกอบกับ “การเล่าเรื่อง” ที่เธอสามารถเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนผสมผสานกับดนตรีพร้อมกับถ่ายถอดออกมาได้อย่างลงตัวทั้งจากประสบการณ์ส่วนตัวและจินตนาการของเธอเอง รวมไปถึง “การสร้างความสัมพันธ์” กับแฟนคลับอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการตอบกลับความคิดเห็นของแฟนๆ ในบล็อกส่วนตัวของเธอแถมยังมีการจัดงานสำหรับแฟนคลับตัวยงไปงานปาร์ตี้ฟังเพลงที่บ้านของเธอรวมไปถึงการร่วมบริจาคให้กับแคมเปญการกุศลของแฟนๆ อีกด้วย ซึ่งเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแฟนคลับนั้นเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น

ที่มา : ABC News

ซึ่งในทางการตลาดแล้วสิ่งนี้ทำให้เรียนรู้ได้ว่าการจะรักษาแบรนด์ของคุณเอาไว้ได้ แม้ในขณะที่ต้องมีการรีแบรนด์เกิดขึ้นได้ นั่นก็คือเมื่อคุณได้สร้างแบรนด์ให้กลายเป็นที่จดจำได้แล้ว โดยรู้ว่าอะไรคือหัวใจหลักของแบรนด์ คุณก็สามารถคิดเรื่องการรีแบรนด์หรือการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ได้ โดยที่ไม่ควรไปเปลี่ยนจุดยืนของธุรกิจหรือแม้แต่คุณค่าที่คุณมอบให้กับผู้บริโภค เพราะการรีแบรนด์นั้นคือการหาวิธีใหม่ในการสื่อสารกับลูกค้านั่นเอง

  • “ใช้เซอร์ไพรซ์ในการสร้างความสุขและความสัมพันธ์อันดีกับแฟนคลับ”

เทย์เลอร์ ถือเป็นคนที่เก่งในเรื่องของการเซอร์ไพรซ์และสร้างความสุขอย่างมาก โดยเฉพาะดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ที่เธอจะแอบแทรกเอาไว้เพื่อให้แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมและนั่นมันช่วงพัฒนาความผูกพันของแฟนคลับกับตัวเธอเองให้เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการทิ้งคำใบ้เพื่อสื่อถึงการออกอัลบั้มใหม่หรือความหมายของเพลงที่เธอแต่ง หรือแม้แต่การฉีกไปทำแนวเพลงที่อยู่นอกกระแส เพื่อเป็นการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง ซึ่งเธอก็มีจะมีเซอร์ไพรซ์มาให้กับแฟนคลับแบบนี้ได้อยู่ตลอดเวลา

ดังนั้นสำหรับการทำแบรนด์ไม่ว่าจะเล็กใหญ่แค่ไหนก็อย่าลืมที่จะหาวิธีสื่อสารและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพราะการที่คุณรู้จักกลุ่มลูกค้าของคุณจะทำให้คุณมีโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ในดีขึ้นได้และนั่นหมายความถึงพวกเขาจะประทับใจและโอกาสในการเป็นลูกค้าแบบรอยัลตี้ก็จะตามมา

  • “สร้างค่านิยมและจุดยืนของแบรนด์”

เมื่อก่อนเทย์เลอร์ไม่ค่อยเข้าใจถึงอิทธิพลของชื่อเสียงในการเป็นผู้นำค่านิยมจนกระทั่งเมื่อเธอรู้ตัวว่าสิ่งที่เธอพูดและทำจะสามารถจูงใจคนได้อีกเป็นล้านคน เธอจึงได้เริ่มตั้งสติและสร้างค่านิยมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมตั้งแต่การสนับสนุนสิทธิของกลุ่ม LGBTQ ด้วยการแต่งเพลงหรือไปจนถึงการแสดงออกความเห็นทางด้านการเมืองของเธอ นอกจากนี้เธอยังหยุดปล่อยเพลงของเธอบน Apple Music และ Spotify เพื่อแสดงจุดยืนให้กับศิลปินคนอื่นในเรื่องของอัตราค่าตอบแทนที่ควรจะได้ รวมถึงสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของแคตตาล็อกของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ศิลปินตัวเล็กๆ นั้นไม่สามารถทำได้แต่เธอก็ยืนหยัดเพื่อการเปลี่ยนแปลงไม่เพื่อตัวเองแต่เพื่อวงการเพลง

เช่นเดียวกันกับแบรนด์อื่นๆ ที่ควรมีจุดยืนเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและจุดประกายความคิด แน่นอนว่าคนที่เห็นต่างอาจจะเปลี่ยนใจและหันหลังให้กับคุณ แต่ในทางกลับกันคุณก็จะได้กลุ่มคนที่เห็นด้วยกับคุณเพิ่มขึ้นมา และพวกเขาจะกลายเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่แค่แฟนคลับหรือลูกค้าทั่วไปแต่เป็นคนที่รักในแบรนด์อย่างแท้จริง

โดยมีรายงานระบุว่า 65% ของรุ่นมิลเลนเนียลเลือกที่จะคว่ำบาตรแบรนด์ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับตัวเอง และอีก 62% ชื่นชอบแบรนด์ที่มีความเชื่อทางการเมืองและสังคมเช่นเดียวกับพวกเขา ซึ่งตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่าการมีจุดยืนและสร้างค่านิยมไม่ใช่แค่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจแต่มันคือสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังต่างหาก และนี่ก็คือวิธีการทำการตลาดที่เราได้เรียนรู้จากความสำเร็จของผู้หญิงที่มีชื่อว่า “Taylor Swift” ผู้ที่สร้างสรรบทเพลงออกมาขับกล่อมผู้คนไปทั่วทั้งโลก

ที่มา : https://bit.ly/3rIb5Iz