10 วิธีหลุดพ้นจากการเป็น “แฮมสเตอร์ซินโดรม” วิ่งอย่างเต็มที่แต่ไม่มีอะไรเดินหน้า

639

เคยไหม? ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่มาทั้งวัน บางทีก็หามรุ่งหามค่ำ อดหลับอดนอน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรคืบหน้าเอาซะเลย! หากคุณเคยรู้สึกแบบนี้ นั่นหมายความว่าคุณอาจกำลังตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า “แฮมสเตอร์ซินโดรม (The Hamster Syndrome)”

คำที่ใช้อธิบายความรู้สึกของผู้ประกอบการ หรือคนทำงานที่กำลังพยายามทำอะไรอย่างเต็มที่ให้เสร็จลุล่วง แต่กลับกลายเป็นว่าเหมือนตัวเองกำลังหมุนอยู่บนวงล้อ วนเวียนเป็นวงกลมไม่ได้มีอะไรคืบหน้าหรือเดินหน้าอย่างที่ตั้งใจ เหมือนกับหนูแฮมสเตอร์ ที่ต่อให้มันจะวิ่งเร็วแค่ไหน เต็มที่แค่ไหน แต่ก็อยู่กับที่ไม่ได้เดินหน้าไปไหน!

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทุกคน ทุกธุรกิจมักถูกผลักดันให้เข้าสู่ภาวะ “แฮมสเตอร์ซินโดรม” โดยที่ไม่รู้ตัวเสมอ เพราะในวัฒนธรรมที่ยกย่องการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน และมักให้รางวัลแก่คนที่ทำงานอย่างหนัก ผิวเผินอาจดูเป็นสิ่งที่จะทำให้คนยิ่งทุ่มเททำงานมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ไม่เลย! แทนที่คนทำงานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลับเป็นการ “ลดความสามารถ” ในการทุ่มเทพลังงานเพื่อทำงานอย่างหนัก ยิ่งทุ่มเทพลังงาน ยิ่งยุ่งมากจนไม่มีเวลาจัดการกับชีวิตในด้านต่าง ๆ ผลที่ได้คือ กลายเป็น “วงจรอุบาทว์” และนำไปสู่ความเหนื่อยหน่ายและการหมดไฟในท้ายที่สุด แล้วเราจะหลุดพ้นจากวงจวนลูปนี้ไปได้อย่างไร? 10 วิธีต่อไปนี้ช่วยคุณได้ ทั้งยังทำให้คุณทำงานหรือทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย!

วิธีที่ 1 มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน

การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจ เพราะวิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถจดจ่อและไม่ต้องจมอยู่กับรายละเอียดในแต่ละวันมากจนเกินไป

วิธีที่ 2 พัฒนากลยุทธ์

การมีกลยุทธ์ที่มั่นคงจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น มีสมาธิจดจ่อ และที่สำคัญยังช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับความวนลูปเป็นวงกลม หาทางออกไม่เจอ

วิธีที่ 3 ทำความเข้าใจตลาดเป้าหมายของคุณ

การรู้จักลูกค้าในอุดมคติของคุณจะช่วยให้คุณสามารถสร้างสื่อการตลาด และกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มที่จะสอดคล้องกับพวกเขาได้มากยิ่งขึ้น

วิธีที่ 4 มอบหมายงานให้คนที่ไว้ใจ หรือจ้างคนที่เหมาะสมมาช่วยงาน

ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งของผู้ประกอบการคือ ไม่มีเวลาพอที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ดังนั้น เมื่อทำด้วยตัวเองทั้งหมดไม่ได้ ก็ควรมอบหมายงานให้กับพนักงานหรือคนที่คุณไว้วางใจมาช่วยทำงานแทน หรืออาจจะว่าจ้างคนที่เหมาะสม มีความสามารถ ถนัดในงานนั้น ๆ มาช่วยงาน นอกจากจะทำให้งานของคุณเดินหน้า สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นแล้ว ตัวคุณเองยังมีเวลาไปจดจ่อกับสิ่งสำคัญอื่น ๆ ของธุรกิจ โดยที่คุณไม่ต้องวนลูปอยู่กับการแก้ปัญหาหรือทำเรื่องเดิม ๆ คนเดียวอีกต่อไป

วิธีที่ 5 จัดการเวลาและลำดับความสำคัญของงาน

อย่างที่กล่าวไปว่า ปัญหาหนึ่งของผู้ประกอบการคือ “ไม่มีเวลา” ในหนึ่งวันคุณอาจไม่สามารถทำงานสำคัญใด ๆ ให้เสร็จสิ้นได้ทั้งหมดอย่างที่ต้องการ ดังนั้น เพื่อให้ตารางงานของคุณไม่ยุ่งเหยิง ควรลำดับความสำคัญของงานให้ตรงกับเวลาที่คุณมี เช่น วันนี้คุณมีเวลาทำงานกี่ชั่วโมง สามารถทำงานให้เสร็จได้กี่อย่าง งานไหนต้องทำก่อน งานไหนทำทีหลังได้ นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยลดความรู้สึกหนักใจจากการทำงานหนักได้ด้วย

วิธีที่ 6 สร้างทีมที่แข็งแกร่ง

ถ้าการที่ต้องทำงานคนเดียว มีแต่จะยิ่งทำให้คุณเหนื่อยหน่าย และหมดไฟ ทางออกคือ “สร้างทีมที่แข็งแกร่ง” มาซัปพอร์ตทั้งคุณและธุรกิจของคุณ เพราะการมีทีมที่ดี ที่สามารถแบ่งปันวิสัยทัศน์และค่านิยม จะช่วยให้งานของคุณบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น

วิธีที่ 7 ประเมินและปรับปรุงธุรกิจของคุณอยู่เสมอ

เมื่อคุณมองดูแล้วว่าธุรกิจของคุณไม่มีอะไรคืบหน้า หรือดีขึ้นเลย สิ่งที่ควรทำคือ ประเมินธุรกิจและกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ว่าตอนนี้ธุรกิจของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ควรแก้ไขจุดไหน พร้อมกับมองหาวิธีปรับปรุงธุรกิจอยู่เสมอ กลยุทธ์ไหนดีต่อธุรกิจควรนำมาใช้ กลยุทธ์ไหนไม่ดีก็ควรตัดออกโดยเร็วที่สุด

วิธีที่ 8 ดูแลลูกค้า

เพราะลูกค้าถือเป็นคนสำคัญคนหนึ่งที่จะบอกได้ว่า งานของคุณหรือธุรกิจของคุณนั้นเดินหน้า ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวกันแน่ ดังนั้น ถ้าคุณอยากหลุดพ้นจาก “แฮมสเตอร์ซินโดรม” ทำอะไรก็ย้ำอยู่กับที่ ไม่เดินหน้าสักที คุณควรใส่ใจกับการดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะหากพวกเขามีความสุขกับสิ่งที่คุณสร้าง มักจะช่วยรักษาความภักดี และการบอกต่อในเชิงบวกเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ

วิธีที่ 9 หยุดพักชั่วคราว

เพราะสมองคือกล้ามเนื้อ ยิ่งคุณใช้แรง ใช้ความคิดมากเท่าไร ก็มีแต่จะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้า และความอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ ก็ย่อมมีน้อยลงด้วย ดังนั้น เมื่อรู้สึกว่าตัวเองทำงานเยอะไป ควรหยุดพักสักหน่อย เพื่อให้ร่างกายและสมองของคุณได้ผ่อนคลาย เช่น ตั้งใจทำงานสัก 30 นาที โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวนสมาธิ จากนั้น หยุดพัก 5 นาที จะทำให้คุณสามารถจดจ่ออยู่กับงาน และมีพลังในการทำงานให้สำเร็จมากขึ้น

วิธีที่ 10 หาวิธีคลายเครียด

ลองหาวิธีคลายเครียดที่เหมาะกับคุณ อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อไม่ให้คุณต้องเครียดกับการทำงานที่หมุนอยู่ในวงล้อจนเกินไป เช่น ลองฟังเพลงที่ชอบ ไปในสถานที่ใหม่ ๆ บรรยากาศดี ๆ หรืออาจจะลองเคลียร์พื้นที่โต๊ะทำงานที่รกให้สะอาด เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เพราะสภาพแวดล้อมที่รก ทำให้จิตใจวุ่นวาย และส่งผลให้เกิดความเครียดได้ หรืออีกหนึ่งวิธีคลายเครียดที่ดีก็คือ “ออกกำลังกาย” สักประมาณ 10-45 นาที ก่อนวันทำงาน จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่มา :