เล่าเรื่องอย่างไรให้ทรงพลัง และได้ใจใน 3 นาที

6877

ใครก็ตามที่อยากจะทำวิดีโอคอนเทนต์ให้เป็นที่สนใจมากขึ้น เราต้องย้อนกลับมาดูด้วยว่า ทุกวันนี้เรามีการฝึกตัวเองในวิธีแบบไหน ถ้าเราอยากจะสื่อสารให้เป็น การจับประเด็นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ควรจับประเด็นเป็นขั้นตอนให้ได้ วันนี้ คุณอีฟ ภัทรัดจารินท์ Founder ชุ่มฉ่ำ Branding จะมาแนะนำวิธีการทำวิดีโอคอนเทนต์ในรูปแบบสั้น ๆ ทำอย่างไรให้วิดีโอของคุณเป็นที่จดจำ ให้เพจเป็นที่รู้จัก และต่อยอดไปได้ไกลมากขึ้น

Highlight

  • ดูว่าเขาพูดอะไร ทำไมเขาต้องพูดแบบนี้ อะไรที่เขามีแต่เราไม่มี ปรับตั้งแต่หัวข้อ วิธีการสัมภาษณ์ ต้องสื่อสารให้แขกที่อยู่ตรงหน้าดึงเทคนิคและประสบการณ์ออกมา และสามารถเอาไปใช้ได้ทันที
  • หัวใจตั้งต้นคือ เราขอให้คนที่ดูคลิปแม้เพียงสั้น ๆ ให้เขาเปลี่ยน ให้เขาอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้น คิดว่ามันตอบโจทย์แล้ว ต้องคิดด้วยว่าทำอย่างไรให้มันเกิดเป็นวงกว้าง แชร์ให้คนอื่นมาทำความดีต่อได้
  • ในฐานะคนทำสื่อ เวลาดูสื่อเราไม่ควรดูเพื่อความบันเทิงแล้วจบไป อยากให้เราลองดูแบบตั้งใจมากขึ้น ใช้ใจในการมองมากขึ้น ประโยคแรกที่เขาเปิด ทำไมทำให้เราอยากดูต่อได้ เมื่อดูจบแล้วอะไรที่ทำให้เรารีบกดแชร์  ทำทุกวันมันจะอยู่ในสายเลือด เวลาเรามองสื่อต่าง ๆ ทำให้เรารู้ว่ามันควรจะเป็นแบบไหน

เรื่องที่เราอยากเล่า VS เรื่องที่คนอยากฟัง

หาจุดตรงตรงกลางเพื่อทำให้เนื้อหาเป็นเรื่องของเรา ถ้าพูดแต่เรื่องที่คนอยากฟังแต่ไม่ใช่ตัวเองก็ไม่เกิดผลลัพธ์อะไร วิธีแยกแยะคือ เรื่องนี้แก้ไขปัญหาอะไรให้กับคนฟังได้ไหม และสามารถเปลี่ยนอารมณ์ให้คนฟังได้แบบใด  ทุกการสื่อสาร เราคงไม่อยากอยู่ใกล้คนที่พูดแต่เรื่องของตัวเอง แต่วันที่เรามาทำคอนเทนต์ เราจะลืมคิดเรื่องนี้ ฉันสร้างแบรนด์ฉันอยากจะพูดเรื่องนี้ เรื่องที่เราพูดไปก็จะอยู่แค่ในวงกลม ถ้าเราคิดในมุมผู้ฟัง ว่าเขามีปัญหาอะไร อยู่ในอารมณ์ไหน จะทำให้คนฟังสนใจเรื่องที่เราเล่ามากขึ้น

การเปิดหัวเรื่อง

เรามีเวลา 1.7 วิ ในการทำให้คนหยุดอ่านคอนเทนต์เรา หัวข้อในการเปิดจึงสำคัญมาก ควรรู้ว่าอะไรสำคัญ  จับประเด็นให้เป็น สวมหัวใจของคนฟัง คำไหนควรจะได้ยิน ทำให้คลิปน่าตื่นเต้นมากขึ้น ให้เรื่องของ Mood & Tone มาทีหลัง  การทำวิดีโอสามนาที ต้องใส่ใจในเม็ดคำ ตัดคำเยิ่นเย้อออก ไม่ควรสวัสดี หรือขึ้นโลโก้ตอนต้น เพราะเข้าข่ายในการพูดเรื่องตัวเอง

วิธีการเปิดเรื่องให้สะดุ้ง มี 6 แบบ

แบบแรกคือ ให้ฟังดูว่าประโยคไหนมีการอุปมาอุปไมย เปรียบเทียบ
แบบที่สอง เปิดแบบรับประกันผลลัพธ์หลังดูจบ เช่น เขียนแผนธุรกิจเป็นภายในสามนาที
แบบที่สาม เปิดด้วยประโยคคำถาม
แบบที่สี่ เปิดด้วยประโยคขัดแย้ง
แบบที่ห้า เปิดแบบเปลี่ยนอารมณ์
แบบที่หก เปิดทำให้คนดูสงสัย อย่าเฉลยตั้งแต่ต้น

ทำคอนเทนต์ไม่ให้เลื่อนลอย

เคยทำคอนเทนต์แล้วรู้สึกว่าเลื่อนลอยไหม? ดูแล้วไม่รู้ว่าเขาต้องการจะสื่อถึงอะไร ถือว่าเป็นสิ่งเล็ก ๆ ให้เราท่องไว้ หรือเขียนใส่ Post-it ว่า “ ฉันเล่าเรื่องนี้ให้ (ใคร) ฟัง และเมื่อเขาฟังจบเขาจะต้อง (คิด/รู้สึก/ทำ อย่างไร ให้เลือกอย่างเดียว)” เช่น ฉันเล่าเรื่องนี้ ให้คนที่ท้อฟังจบ และเมื่เขาฟังจบเขาจะต้องยิ้มออก  เลือกเพียง 1 แอคชั่น สามารถใช้ได้ในการสนทนา ทุกการเจรจา เพราะเราควรจะมีเป้าหมายปักหลักอย่างชัดเจน

วิธีการจบเรื่องแบบลืมไม่ลง

เรื่องที่พูดไว้ตอนต้น ให้ย้ำปิดท้ายอีกรอบหนึ่ง และให้เลือกปิดด้วย 5 แบบ คือ ปิดด้วยคำคม, ปิดแบบที่ฟังแล้วเกิดแอคชั่น สามารถทำได้ทันที, ตอนปิดใส่สรุปตอนจบ ไม่งั้นคนจะลืม พอลืมแล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง, ปิดด้วยคำถาม เช่น ทำไมเราไม่เกลาตัวเองก่อนที่จะไปเกลาคนอื่น ให้สะท้อนในใจของเขา อย่างสุดท้ายคือปิดแบบหักมุม

สุดท้ายนี้ คุณอีฟฝากแบบฝึกหัดจับประเด็นให้เป็น ฝึกทำทุกวัน รับรองว่าคิดคอนเทนต์คมขึ้นแน่นอน!

1. หาดูวิดีโอ อ่านหนังสือ หรือบทความอะไรก็ได้
2. ตั้งคำถามว่า อะไรคือใจความสำคัญ หาประเด็นหลักและประเด็นรองของเรื่อง เลือกมาหนึ่งประเด็นเท่านั้น
3. ให้ลองสรุปเป็นภาษาของตัวเอง ผ่านการตั้งสเตตัสบนเฟซบุ๊ก
4.  ทำทั้ง 3 ข้อทุกวัน อย่างน้อย 30 วัน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามสัมมนา และ Workshop ฟรี! ครั้งต่อไป ได้ที่ Line : @ryounoi100lan เพิ่มเพื่อนตอนนี้เลย http://bit.ly/2Tq0oMH ช่องทางสำหรับการโปรโมทกิจกรรมและเพื่อรับสิทธิ์ลงทะเบียน ฟรี! ก่อนใคร