แก้ปัญหาที่ยากให้ง่าย ด้วยวิธีคิดแบบ “โปรแกรมเมอร์” ไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น ก็ทำตามได้

25

เพราะทุกปัญหามีทางแก้ จากปัญหาที่ยากก็เปลี่ยนให้เป็นง่ายได้ แค่เปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นการคิดแบบ “โปรแกรมเมอร์” เท่านั้นเอง

สตีฟ จ็อบ์ อดีต CEO บริษัท Apple เคยกล่าวไว้ว่า “ทุกคนในประเทศควรเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพราะมันช่วยสอนทักษะการคิดได้เป็นอย่างดี”

แต่อย่าเพิ่งเป็นกังวลไป เพราะถึงคุณจะเขียนโค้ดไม่เป็นหรือไม่ได้เรียนเขียนโปรแกรมมาเลยก็ตาม ก็สามารถเรียนรู้วิธีการคิดแบบโปรแกรมเมอร์ได้ไม่ยาก เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่คุณจะเขียนโค้ดอะไร แต่มันอยู่ที่วิธีการคิดต่างหาก

โดยส่วนมากการแก้ปัญหาของคนทั่วไปก็มักจะสุ่มขึ้นมาจากความคิดที่เข้ามาในหัว ซึ่งหากแก้แล้วไม่ได้ผลก็ค่อยหาทางแก้ใหม่ๆ จนกว่ามันจะสำเร็จ แต่รู้ไหมว่านี่คือการแก้ปัญหาที่แย่ที่สุด และวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดมีอยู่ 2 พาร์ทใหญ่ๆ ก็คือ 1.) กำหนด Framework  และ 2.) ฝึกฝน

1.) กำหนด Framework  

เพื่อหาขอบเขตการทำงาน/แก้ไขปัญหาที่เหมาะสม ด้วยขั้นตอนดังนี้

  • เข้าใจ – สิ่งที่ยากที่สุดในการแก้ปัญหาคือ คุณไม่เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งวิธีที่จะทำให้รู้ว่าคุณเข้าใจปัญหาจริงๆ นั้นก็คือ คุณต้องสามารถอธิบายออกมาได้ด้วยคำพูดง่ายๆ อาจจะลองทบทวนปัญหาที่เจอ จด เชื่อมโยง วาดแผนภาพ หรืออธิบายให้คนอื่นฟัง ซึ่งถ้าคุณสามารถอธิบายออกมาให้ตัวเองหรือคนอื่นเข้าใจได้ง่าย ก็แปลว่าคุณเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งโปรแกรมเมอร์ส่วนใหญ่เข้าใจความรู้สึกนี้ดี ว่าถ้าพวกเขาไม่เข้าใจว่าปัญหาจริงๆ เกิดขึ้นตรงไหน ก็จะไม่สามารถแก้มันได้สักที
  • วางแผน – อย่ากระโจนลงไปแก้ไขปัญหาโดยไม่มีแผนมาก่อน ดังเริ่มวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเรียงลำดับมาเป็นขั้นตอน ก็จะเหมือนกับโปรแกรมเมอร์ที่ไม่ได้จะเข้าไปแฮ็คอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแต่จะวิเคราะห์ปัญหาหรือสิ่งที่จะทำแล้วประมวลผลข้อมูลแล้วค่อยเริ่มลงมือทำ ดังนั้นให้เปรียบปัญหาเป็นจุดเริ่มต้นและการแก้ปัญหาเป็นจุดสิ้นสุด การจะไปถึงจุดสิ้นสุดได้ คุณต้องใช้ขั้นตอน วิธีการ หรือเครื่องมือใดบ้าง
  • แบ่งแยกปัญหา – นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด อย่าพยายามที่จะแก้ปัญหาใหญ่คนเดียว แต่ให้แบ่งปัญหาออกเป็นส่วนย่อยๆ แทน เมื่อปัญหาถูกย่อยลงเป็นส่วนเล็กๆ ก็จะสามารถแก้ไขได้ง่ายขึ้น เริ่มจากแก้ไขทีละอย่าง เริ่มต้นจากสิ่งที่ง่ายที่สุดหรือปัญหาที่คุณสามารถแก้ได้เลย หลังจากนั้นเมื่อปัญหาย่อยๆ ค่อยๆ ถูกแก้ไขแล้ว ปัญหาเดิมที่จะค่อยๆ ถูกคลี่คลายด้วยเช่นกัน
  • ไปต่อไม่ได้ – เมื่อแบ่งปัญหาเป็นข้อย่อยๆ แล้วก็ไม่สามารถแก้ได้ต้องทำยังไง? ก่อนอื่นหายใจเข้าลึกๆ ต่อไปก็ทำใจเพราะสิ่งนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณคนเดียว แต่เกิดขึ้นได้กับทุกคน! ความต่างก็คือโปรแกรมเมอร์จะอยากรู้ว่าข้อผิดพลาดที่เกิดนั้นเกิดจากอะไรและตรงไหนมากกว่าที่จะหงุดหงิด ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาของพวกเขาจะเรียกว่า “Debug” หรือการค้นหาจุดที่ผิดพลาดทีละขั้นตอน “Reassess” หรือการประเมินใหม่ ด้วยการถอยหลัง 1 ก้าว เพื่อมองปัญหาในอีกมุมว่ามีทางไหนที่จะไปต่อได้ดีกว่านี้อีกไหม? และ “Research” หรือค้นหา ใช่แล้ว ก็ใช้ google เนี่ยแหละในการหา เพราะไม่ว่าคุณจะเจอปัญหาอะไรก็อาจจะมีคนที่เคยเจอปัญหาเดียวกัน หรือสามารถแก้ปัญหาที่คุณเจออยู่ได้ ดังนั้นค้นหาคนเหล่านั้นซะ เท่านี้คุณก็ไปต่อได้แล้ว!

2.) ฝึกฝน

อย่าคิดว่าทุกอย่างจะเป็นได้ด้วยดีหลังจากผ่านๆ ไปแค่ 1 อาทิตย์ ถ้าคุณอยากเป็นนักแก้ไขปัญหาที่ดี คุณต้องฝึกแก้ไขปัญหาให้บ่อย และเมื่อคุณฝึกฝนบ่อยๆ พอรู้ตัวอีกทีคุณก็จะรู้สึกว่า “ทำไม ปัญหานี้มันง่ายจัง”

ไม่ใช่การเอาตัวเองวิ่งเข้าไปหาปัญหา แต่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นอย่างเช่น หมากรุก, โจทย์คณิตศาสตร์, ซูโดกุ, ไขปริศนา, การเล่นเกม หรืออะไรเหล่านี้สามารถเป็นตัวช่วยในการฝึกทักษะการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ซึ่ง Peter Thiel ผู้ก่อตั้ง Paypal และนักลงทุนรายแรกของ Facebook ก็ใช้วิธีการเล่นหมากรุกเพื่อฝึกการแก้ปัญหา หรือจะเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกอย่าง Elon Musk ก็ใช้วิธีการเล่นเกม ซึ่ง Elon Musk, Mark Zuckerberg และคนที่ประสบความสำเร็จอีกหลายคนกล่าวว่าเกมคือหนึ่งในรากฐานที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ

ทักษะการแก้ปัญหาถือเป็นทักษะที่นายจ้างทุกคนต่างมองหาในตัวพนักงาน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นทักษะที่สำคัญที่จำเป็นจะต้องมีติดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่ไม่อาจรู้ได้ว่าการดำเนินธุรกิจนั้นจะเจอกับปัญหาที่ไม่คาดคิดอะไรบ้าง ดังนั้นการมีทักษะการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบจะช่วยลดเวลาและผ่านพ้นปัญหานั้นไปได้อย่างดีและรวดเร็ว ไม่ต้องมามัวลองผิดลองถูกซึ่งกว่าจะเจอทางที่แก้ปัญหาได้ก็เสียเวลาไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว

ดังนั้นอยากให้ลองเปลี่ยนวิธีการแก้ไขปัญหาจากเดิมที่ไม่มีแบบแผนมาเป็น “วิธีการคิดแบบโปรแกรมเมอร์” กันดู เชื่อว่าถึงแม้จะเขียนโค้ดกันไม่เป็นแต่ก็ทำตามได้ไม่ยากอย่างแน่นอน

ที่มา : https://bit.ly/3F66Tbn