จับเงินล้านด้วยการสร้าง VDO Content รู้เทคนิคการถ่ายภาพ อุปกรณ์กล้องและโปรแกรม Live Streaming อย่างมือโปร

349

ทุกวันนี้มีแพลตฟอร์มที่สามารถให้คุณทำคอนเทนต์แล้วนำไปเผยแพร่ หรือบอกต่อได้มากมาย ทุกอาชีพ ทุกธุรกิจ สามารถทำเพจ ทำคลิปใน Youtube เพื่อประกอบธุรกิจของคุณผ่านหัวข้อ หรือรูปแบบอะไรก็ได้ และเมื่อมีคอนเทนต์ก็ต้องมีผู้ติดตาม แพลตฟอร์มเหล่านี้จึงมีหน้าที่ทำการตลาด ทำโฆษณา และที่สำคัญสามารถสร้างรายได้ส่วนแบ่ง จากการชมคอนเทนต์นั้น ๆ ให้คุณได้อีกด้วย

สำหรับบทความนี้ คุณใหญ่ขอมอบเคล็ดลับในการสร้าง VDO Content, เทคนิคการถ่าย Pack Shot สินค้า อย่างเข้าใจง่าย และเทคนิคการใช้อุปกรณ์กล้อง ที่เป็นตัวช่วยสำคัญของการสร้างคอนเทนต์ทั้งวิดีโอและภาพนิ่ง นอกเหนือจากนี้ยังได้เรียนรู้การใช้อุปกรณ์และโปรแกรม Live Streaming อีกด้วย

ก่อนทุกแบรนด์จะทำการตลาดจำเป็นต้องรู้และเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค กล่าวได้ว่าการตลาดในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก โดยยุคก่อนหน้านี้เวลาแบรนด์ทำการตลาด มักจะทำในลักษณะของ Outbound Marketing คือ ใครที่เข้าถึงลูกค้าได้เป็นจำนวนมากกว่าก็มีโอกาสทำการตลาดได้ประสบความสำเร็จสูงกว่า แบรนด์ส่วนใหญ่เลือกที่จะเล่าในสิ่งที่อยากจะเล่า บอกในสิ่งที่แบรนด์อยากจะบอก โดยไม่ได้คำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค แต่กลับกันในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีสิทธิเลือกฟังในสิ่งที่อยากจะฟังมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นยุคสมัยของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดของโลกอินเทอร์เน็ต ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วคลิ๊ก จึงไม่ได้เป็นของผู้ขายอีกต่อไป ดังนั้นเราจึงต้องคำนึงถึงการทำ Inbound Marketing ให้มากขึ้นโดยจะสรุปได้ดังนี้

  • “ให้” ก่อนได้รับ เช่น การให้ข้อมูล, ความรู้, ข้าวสาร, ความบันเทิง เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าเราดูน่าสนใจ
  • ใช้ Content ในการดึงดูดลูกค้า ทำให้คนสนใจผลิตภัณฑ์
  • สร้าง Customer Experience คือสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภค
  1. เคล็ดลับการสร้าง VDO Content

การที่จะให้ผู้บริโภคสามารถจำแบรนด์ของเราได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าหากเรารู้จักพฤติกรรมผู้บริโภคของเราเป็นอย่างดี  เมื่อเข้าใจพฤติกรรม (insight) ของกลุ่มเป้าหมายแล้วว่าเป็นอย่างไร ก็สามารถทำตามองค์ประกอบของการทำวิดีโอได้ดังนี้

  • เนื้อหามีความน่าสนใจ
  • กลุ่มคนดู เป็นกลุ่ม mass market หรือเฉพาะกลุ่ม (niche market)
  • ทำเนื้อหาให้ตอบสนองกลุ่มคนดู
  • เลือกวิธีการนำเสนอให้น่าสนใจ
  • เนื้อหาไม่ควรนาน หรือยาวมากเกินไป
  • จัดสัดส่วนให้พอดี มีความกระชับ
  • ระวังเรื่องลิขสิทธิ์

และการทำ Content มีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้

  • ต้องทำเรื่องของเราให้เป็นเรื่องของเขา
  • เรียงลำดับเนื้อหาให้ดี
  • เกริ่นนำให้คนสนใจ สามารถรู้ว่าดูแล้วได้อะไร
  • ดึงลักษณะเด่นออกมาให้เห็น
  • สรุปต้องดี เน้นให้คนจำได้

Video คือการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายที่สุด เป็นรูปแบบหนึ่งในการผลิตหรือนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว การทำวิดีโอไม่ได้เป็นการกดชัตเตอร์ที่เดียวแล้วจบ แต่ต้องทำวิดีโอให้คนสนใจและเกิดความรู้สึกอยากมีส่วนร่วมทั้งไลค์ แชร์ คอมเมนต์ โดยมีการเล่าเรื่องราว (Storytelling) ผ่านภาพเคลื่อนไหว ขั้นตอนแรกก่อนที่จะสร้างวิดีโอ คือการเลือกลักษณะเนื้อหา และวิธีการสื่อสาร เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือสามารถสื่อสารทั้งภาพและเสียงได้พร้อมกันในครั้งเดียว จึงสามารถสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้ทันทีและเป็นที่จดจำ โดยอารมณ์ร่วมนี้เองที่เป็นตัวแปรสำคัญในการโน้มน้าวใจ เกิดความเข้าใจในเรื่องราว สร้างการรับรู้ต่อแบรนด์สินค้า สิ่งแรกที่ต้องมีก่อนลงมือทำวิดีโอคือ Storyboard เพราะการเขียนสตอรี่บอร์ดนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องใส่ใจมันอาจจะไม่ได้เป็นความยากจนเกินไป แต่มันคือการใส่ใจและการวางแผนในทุก ๆ รายละเอียด เนื้อเรื่องทั้งหมดนั้นต้องถูกแยกออกมานำเสนอในสตอรี่บอร์ดก่อน เพื่อจะให้เห็นรายละเอียดและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในเรื่อง ๆ นั้น ก่อนที่จะนำเอาไปทำเป็นภาพต่อเนื่อง

Video Frame Rate คือจำนวนภาพนิ่งที่เรียงต่อเนื่องกันจนเป็นภาพเคลื่อนไหว มีหน่วยเป็นภาพต่อวินาที เรียกย่อ ๆ ว่า FPS (Frame per second) เช่น 30 fps คือใน 1 วินาทีจะมีภาพต่อเนื่องกัน 30 ภาพ ดังนั้นวิดีโอที่เราถ่ายเช่นนี้อาจจะได้เป็นภาพ Slow motion นั่นเอง อย่าลืมว่าวิดีโอที่มีความต่างไปจากเดิม จะทำให้คนสนใจมากขึ้นได้

Aspect Ratio คำเรียกที่แปลให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าขนาดหรือสัดส่วนของคลิปวิดีโอนั่นเอง ซึ่งได้รวบรวมขนาดของวิดีโอต่าง ๆ มาเพื่อที่คุณนำหยิบไปใช้ได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • จอโทรศัพท์สมาร์ทโฟน Aspect Ratio = 9 : 16 Resolution = 1080 x 1920 px
  • จอแท็บเล็ต Aspect Ratio = 3 : 4 Resolution = 1536 x 2048 px
  • จอคอมพิวเตอร์ และโทรทัศน์ Aspect Ratio = 4 : 3 Resolution = 1024 x 768px, Aspect Ratio = 16 : 9 Resolution = 1920 x 1080 px (Standard HDTV)
  • วิดีโอสี่เหลี่ยมจตุรัส Aspect Ratio = 1 : 1 Resolution = 1080 x 1080px

Camera shot หรือมุมกล้อง มุมกล้องแต่ละมุมมีการสื่อสารที่ไม่เหมือนกัน ยังมีผลต่อความคิดความรู้สึกที่จะสื่อความหมายไปยังผู้ดูได้ เราอาจแบ่งมุมกล้องได้เป็น 3 ระดับ และสามารถนำมาปรับใช้กับการถ่ายวิดีโอของเราเองได้ดังนี้

  • ขนาดภาพระยะไกล (Long Shot) : เป็นการถ่ายภาพในระยะไกล เพื่อให้เห็นบรรยากาศ และส่วนประกอบในฉาก แต่จะเน้นตัวแบบมากขึ้น โดยลักษณะจะเป็นภาพขนาดเต็มตัว
  • ขนาดภาพระยะปานกลาง (Medium Shot) : ภาพระยะปานกลาง เป็นขนาดภาพที่ทำให้รายละเอียดของตัวแบบมากขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นภาพครึ่งตัวประมาณตั้งแต่หัวถึงเอว และจะเน้นที่ตัวแบบ ไม่เน้นฉากหลัง
  • ขนาดภาพระยะใกล้ (Close Up) : ภาพถ่ายระยะใกล้เพื่อเน้นวัตถุ หรือบางส่วนของวัตถุ ขยายให้เห็นรายละเอียดเฉพาะของวัตถุให้ชัดเจนมากขึ้น เช่น ริ้วรอยบนใบหน้า แววตา รอยยิ้ม ส่วนใหญ่เน้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้เป็นแบบที่สายตา แววตา
  1. เทคนิคการถ่าย Pack Shot สินค้า

Lighting

  • เเสงธรรมชาติ : ภาพที่ดีต้องมีแสงที่เหมาะสมกับภาพ จะมีเพียงแสง สองลักษณะคือ แสงที่เข้าจากด้านข้าง เพราะจะทำให้ภาพมีทั้งแสงและเงาของวัตถุ อย่างที่สองคือแสงที่เข้าจากด้านหลัง สามารถไปปรับใช้ง่าย ๆ โดยนำวัตถุไปวางข้างหน้าต่าง แล้วนำม่านบาง ๆ ไปบังแสงแดดเล็กน้อย เพื่อหาแสงข้างและแสงหลัง ซึ่งจะทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้นนั่นเอง
  • การจัดไฟ : โดยจะใช้อุปกรณ์เสริมที่เป็นตัวช่วยเรื่องของแสงให้ Reflector หรือ แผ่นสะท้อนแสง อาจจะใช้จากกระดาษแข็งหรือแผ่นโฟมก็ได้ ซึ่งจะช่วยให้แสงดูนุ่มขึ้น

Composition

เป็นการจัดองค์ประกอบของภาพ โดยปกติแล้วเราจะแบ่งองค์ประกอบในภาพเป็น 9 ช่อง ซึ่งสิ่งที่คนสนใจไม่จำเป็นต้องวางไว้กลางภาพเสมอไป อาจจะเอาพระเอกของภาพวางไว้ซ้าย หรือขวา รวมถึงการถ่ายภาพอาหาร สามารถเพิ่มความมีมิติได้จากการเท หยิบ จับ จิ้ม ตักก็ได้

Props

เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้สินค้าของเราดูน่าสนใจมากขึ้น แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ อาหารจานหลักนั่นเอง อาหารจานไหนเป็นพระเอก ควรจะต้องจัดวางพระเอกก่อนเสมอ แล้วค่อยวางอาหารจานอื่น ๆ วัตถุดิบ หรือเครื่องเคียง ค่อย ๆ ลงตามมา เพื่อให้ภาพของเราสมบูรณ์มากขึ้น

  1. เทคนิคเรื่องอุปกรณ์กล้อง

Camera 

ปัจจุบันคุณสามารถที่จะทำคอนเทนต์ด้วยกล้องชนิดไหนก็ได้ แต่ละประเภทก็จะมีคุณภาพแตกต่างกันไป แต่หากจะให้แนะนำกล้องที่เหมาะกับปัจจุบัน โดยจะแนะนำไว้ให้ดังนี้

  • กล้องต้องสามารถถ่าย VDO 4K 30p หรือ Full HD 60p ได้
  • มีช่องต่อไมค์นอก เพื่อสำหรับต่อ Wireless ในการรับเสียงให้ชัดขึ้น
  • หน้าจอกางออกมาได้ เพื่อสามารถมองเห็นภาพจากกล้องได้ทุกมุม
  • มี Face detection ทำงานตอนถ่าย VDO
  • มี Clean HDMI เพื่อสะดวกต่อการกับอุปกรณ์ชนิดอื่น
  • แบตเตอรี่ต้องทน ต่อไฟนอกได้

อุปกรณ์เสริม

  • Gimbal : ไม้กันสั่น จะช่วยให้วิดีโอของคุณไม่สั่น และทำให้คนดูง่ายขึ้น
  • Microphone : จำเป็นมากที่ต้องมีเพราะภาพที่ความละเอียดต่ำยังไงคนก็ยังดูวิดีโอของคุณได้ แต่ถ้าเสียงไม่ดี ยังไงก็ทำให้วิดีโอของคุณมีคุณภาพที่ต่ำและไม่น่าสนใจแน่นอน โดยปัจจุบันลักษณะของไมโครโฟนจะมีความกระทัดรัดและพกพาง่ายขึ้น เช่น Shotgun, Lavalier หรือไมค์ติดปกเสื้อ และ Wireless Microphone
  1. Live Streaming

Facebook Live เป็นแพลตฟอร์มที่ประเทศไทยนิยมมากที่สุด โดยข้อดีของการทำ Live ผ่าน Facebook คือ

  • ผู้บริโภคมักจะใช้เวลาในการชมสูงกว่าวิดีโอทั่วไป 3 เท่า
  • ผู้ชมมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาสูงกว่า 6 เท่า
  • เรียกคอมเมนต์จากผู้ชมได้สูงถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับ VDO Content ประเภทอื่น ๆ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำ Live Steaming

  • กล้อง
  • กล่องแปลงสัญญาณ : ไว้แปลงสัญญาณจากกล้องเข้ามาที่คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์สมาร์ทโฟน
  • คอมพิวเตอร์
  • โทรศัพท์ : เพื่อใช้สำหรับบันทึกวิดีโอที่ Live ผ่านโปรแกรม Live Streaming

โปรแกรม Live Streaming

  • Wirecase สามารถเลือกพื้นหลังในการ Live ได้มากมาย
  • OBS เป็นโปรแกรมฟรี สามารถใส่ลูกเล่นต่าง ๆ ได้
  • Mimolive ตัวนี้สามารถไลฟ์หลาย ๆ คนพร้อมกันได้ถึง 4 คนด้วยกัน

อย่างไรก็ตามเราสามารถทำให้คอนเทนต์ของเราให้เป็นรายได้ได้ แต่ต้องทำให้วิดีโอของเรามีความแตกต่าง อาจจะเริ่มต้นจากความชอบของตัวเราก่อน ต่อมาหาแพลตฟอร์มหลักให้เจอว่าเราถนัดแพลตฟอร์มไหน แล้วค่อยมาศึกษาและเริ่มต้นลงมือทำแพลตฟอร์มนั้น ๆ และที่สำคัญทำคอนเทนต์ต้องน่าสนใจและน่าติดตามด้วย