สร้างบริษัทร้อยล้าน จากคนไม่มีประสบการณ์ แต่สำเร็จได้เพราะการความพยายามและอดทน

9137
  • ปลาข้างเหลือง ตรานายประมง ส่งออกไปต่างประเทศ ในสัดส่วน 90% และทำตลาดในประเทศ 10%
  • สร้างแบรนด์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีความแตกต่าง ทำให้สินค้ามีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น
  • ดูแล ใส่ใจ และผลิตตามมาตรฐานทุกอย่าง โดยเน้นเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าระดับบน (พรีเมียม) ซึ่งจะมีการนำเสนอสินค้าในแต่ละรสชาติให้เหมาะสมแต่ละประเทศ
  • แม้ไม่เคยมีธุรกิจของตัวเองมาก่อน แต่ประสบความสำเร็จได้ ทุกอย่างมาจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง การมีความพยายาม ความอดทนทั้งหมด

จตุพล เก็งวินิจกุล หรือ คุณพล ผู้ก่อตั้งบริษัท JNS Andaman เจ้าของธุรกิจระดับร้อยล้าน ที่แม้จะที่ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน แต่สามารถสร้างองค์กรเติบโต และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ ผู้นำปลาข้างเหลืองปรุงรสย่าง ตรา นายประมง ดำเนินการมาเป็นระยะเวลาร่วมกว่า 13 ปีแล้ว รวมถึงมียอดส่งออกระดับสูงใน  15 ประเทศทั่วโลก คือ ไทย จีน เกาหลี ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฮ่องกง ไต้หวัน อังกฤษ เยอรมัน รัสเซีย อิสลาเอล ยูเครน และอเมริกา

คุณพลเริ่มต้นจากศูนย์  สมัยเด็กต้องให้แม่ปอกสับปะรด ไปขายเพื่อนที่โรงเรียนถุงละบาท ในจังหวัดอุทัยธานี เริ่มเรียนช่างฝีมือทหารตามพี่ชาย ทำงานพาร์ทไทม์ช่วงเช้า ไปเรียนช่วงบ่าย สะสมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากการเป็นพนักงานเสริฟในร้านอาหาร จนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว แม้เคยได้เกรด 0 ในสมัยเรียน จนมีโอกาสได้ไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่เรือสำราญในอเมริกา ในระหว่างนั้น คุณพลก็ได้รับการชักชวนให้ลองเข้าไปทำงานในร้านอาหารระหว่างที่รอเรือเทียบฝั่ง แต่ปรากฏว่า การทำงานในร้านอาหารได้เงินมากกว่าที่คิด ได้ค่าแรงวันละเกือบ 100 ดอลล่าสหรัฐ ทำให้คุณพลเริ่มลังเลใจ ประกอบกับได้รับคำชักชวนจากคนที่ร้านว่าให้ทำงานต่อ เพราะทำงานที่นี่ได้เงินดีกว่า คุณพลจึงตัดสินใจผิดสัญญากับบริษัทเดินเรือแล้วมาทำงานเป็นโรบินฮู้ดที่ร้านอาหารนั้นต่อ และไปสมัครทำ Part time อีกร้านหนึ่งควบคู่กันด้วยในวันหยุด

กระทั่งเช้าวันหนึ่งหลังจากทำงานได้ 3 ปี ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้าหน้าที่จาก ตม.ที่ก็ใช้เวลาตามหาตัวคุณพลกว่า 3 ปี มาตามตัวเขาที่หน้าบ้าน และจับกุมคุณพลที่หนีจากบริษัทต้นสัญญาได้ คุณพลจึงถูกฝากขังอยู่เป็นเวลา 49 วัน เป็นช่วงเวลาที่เครียดและท้อ แต่ก็ได้ทบทวนชีวิตตัวเองที่ผ่านมา

 หลังจากถูกส่งตัวกลับประเทศไทย คุณพล ซึ่งในตอนนั้นมีอายุ 25 ปี จึงหันมาประกอบอาชีพพนักงานขาย โดยเป็น PC ขายเครื่องสำอางแบรนด์ดังอยู่ในห้างสรรพสินค้า ในระหว่างที่ทำงานเป็น PC ก็มีเพื่อนชาวรัสเซีย ติดต่อมาเพื่อให้คุณพลช่วยหาปลาข้างเหลืองส่งขายให้เขาที่รัสเซีย เพราะปลาข้างเหลืองเป็นที่ต้องการมากที่นั่น และน่าจะหาได้ง่ายในประเทศไทย ซึ่งคุณพลก็มองว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้มีรายได้เสริม จึงตอบตกลงทันที เขาจึงออกตระเวนหาแหล่งขายปลาข้างเหลือง โดยเริ่มจากการไปติดต่อที่แพต่าง ๆ รวมถึงเดินทางไปสอบถามตามหมู่บ้านชาวประมงในหลายจังหวัด ขอติดต่อซื้อในราคาที่สูงกว่าเจ้าอื่น ๆ แต่ก็ยังไม่มีใครยอมขายให้ เพราะส่วนใหญ่จะมีโรงงานเจ้าประจำมารับซื้อกันอยู่แล้ว กระทั่งผ่านไป 10 เดือน ก็เจอแพแห่งหนึ่งที่จังหวัดพังงา อำเภอคุระบุรี ยอมขายปลาข้างเหลืองให้

หลังจากได้ปลาข้างเหลืองจำนวนมากเท่าที่ต้องกาณ คุณพลก็ต้องเดินหน้าหาโรงงานรับจ้างแปรรูป ตั้งแต่การแล่ปลา นำไปตาก และอบ จากนั้นก็ไปขอเช่าห้องเย็นเพื่อแช่แข็งปลา เพื่อเก็บสินค้าที่เตรียมส่งออกและเก็บวัตถุดิบ ก่อนจะไปติดต่อกับบริษัท Shipping ในการขนส่งสินค้าเป็นตู้คอนเทนเนอร์ไปขายที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งในขณะนั้นคุณพลก็ไม่ได้มีความรู้เรื่องของการขายสินค้าระหว่างประเทศมากนัก แต่โชคดีที่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนชาวรัสเซียในเรื่องของการติดต่อ และทำเอกสารในการจ้าง Shipping ส่งออก การลงทุนในครั้งแรกนี้คุณพลใช้เงินลงทุนกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเก็บของตนเองจากการทำงานเป็นโรบินฮู้ดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

คุณพลเลือกขายปลาข้างเหลืองให้กับเพื่อนชาวรัสเซียในราคาที่ถูกกว่าเจ้าอื่น ๆ เขาคิดไว้ว่าต้องการกำไรเพียงแค่กิโลกรัมละ 2 บาท เดือนละ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ได้กำไรตู้ละ 40,000 บาท แต่เพราะเขาขายถูกกว่าเจ้าอื่น ๆ เป็นเท่าตัว ทำให้ยอดสั่งซื้อจากรัสเซียเพิ่มมากขึ้น จากที่สั่งซื้อแค่เดือนละ 1 ตู้ ก็เพิ่มเป็นเดือนละเกือบ 20 ตู้ ใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือน ยอดขายส่งปลาข้างเหลืองของเขาก็เพิ่มขึ้นไปจนถึง 100 ล้านบาท  และในปีแรกบริษัทฯ ก็ทำยอดส่งออกได้ 250 ล้านบาท ทันที

ต่อมาเมื่อตลาดโตมากขึ้นและยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้มีคู่แข่งเข้ามาในตลาดมากขึ้น และพบปัญหาโรงงานที่ผลิตให้คุณภาพไม่เหมือนกัน หลังจากนั้นจึงตัดสินใจสร้างโรงงานและผลิตสินค้าเอง อยู่ที่ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และใช้การกู้เงินจากธนาคารมาลงทุน วงเงิน 30 ล้านบาท และนำเสนอยอดคำสั่งซื้อให้ธนาคารดู โดยการสร้างโรงงานเองทำให้สามารถควบคุมและสร้างมาตรฐานการผลิตสินค้าทั้งหมด พร้อมกับขยายตลาดใหม่ไปในประเทศอื่นๆ ทั้งประเทศเยอรมนี อิสราเอล และยูเครน ต่อมาจึงได้สร้างแบรนด์สินค้าภายใต้ชื่อ นายประมง และส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก ทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน กัมพูชา และเวียดนาม เป็นต้น

แต่เพราะไม่มีความรู้ในเรื่องของการบริงานมาก่อน ทำให้ยอดส่งออกปลาข้างเหลืองจากปีละ 250 ล้านบาท ก็ตกลงมาอยู่ที่ 90 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น เนื่องจากกำลังการผลิตของคนงานที่มีจำนวนจำกัด แผงตากปลา กับห้องอบปลาก็ไม่เพียงพอต่อการแปรรูป และกำลังทรัพย์ในการจ้างพนักงาน รวมถึงการสร้างโรงงานมีจำกัด จึงทำให้มีเงินไม่เพียงพอสำหรับการใช้หนี้ธนาคาร  เพราะขาดประสบการณ์ในการบริหารงานและการทำโรงงาน

และเพราะความไม่ยอมแพ้ของคุณพล ทำให้เขาสามารถติดต่อหาลูกค้ารายใหญ่เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ของบริษัทได้ เป็นลูกค้าชาวรัสเซียที่สั่งสินค้าเป็นจำนวนมาก และยอมจ่ายเงินล่วงหน้า 50% คุณพลจึงตัดสินใจขายให้ในราคาถูกลงไปจนเกือบเท่าทุน เพื่อให้มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในบริษัท เพื่อสร้างกำลังการผลิตให้เพิ่มมากขึ้น และเพื่อให้สามารถเรียกลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามา จนสามารถพาธุรกิจให้รอดจากช่วงวิกฤตไปได้ 

ปัจจุบันนอกจากปลาข้างเหลืองปรุงรสย่างแล้ว คุณพลก็ยังทำสินค้าอื่น ๆ แบรนด์นายประมง  เช่น ปลาไหลทะเลปรุงรสย่าง, เนื้อจระเข้ปรุงรสย่าง, หนังปลาแซลมอนทอดรส ไข่เค็ม Gเป็นต้น